กำแพงหิมะ ธรรมชาติแสนมหัศจรรย์…!!!

กำแพงหิมะ Tateyama-Kurobe Alpine Route เป็นเส้นทางธรรมชาติที่ตั้งอยู่ระหว่างรอยต่อของจังหวัดโทยามะและจังหวัดนากาโนะ ประเทศญี่ปุ่น พาดผ่านวิวทิวทัศน์ที่สลับซับซ้อนของเทือกเขาแอลป์ หรือที่หลายๆ คนนิยมเรียกกันติดปากว่า เจแปนแอลป์นั่นเอง

จุดที่สูงที่สุดของ เจแปนแอลป์ คือ ยอดเขาทาเตยามะ มีความสูงประมาณ 3,015 เมตรจากระดับน้ำทะเล ซึ่งสูงเป็นที่สองในประเทศญี่ปุ่นรองจากภูเขาไฟฟูจิ แต่จุดที่สูงที่สุดที่นักท่องเที่ยวทั่วไปสามารถขึ้นไป ทัวร์กำแพงหิมะ ญี่ปุ่น ได้อยู่ที่ Murodo ซึ่งมีความสูงประมาณ 2,450 เมตร จุดนี้เองที่มีไฮไลท์สำคัญที่เรียกว่า “Yuki no Otani” หรือ “กำแพงหิมะ” จุดหมายปลายทางในฝันของนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก

ช่วงเวลาชมกำแพงหิมะ ญี่ปุ่น

ช่วงเวลาที่ให้บริการบนเส้นทาง Tateyama-Kurobe Alpine Route จะแตกต่างกันไปในแต่ละปี ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศค่ะ ถ้าคาดคะเนจากภาพรวมคร่าวๆ ของแต่ละปี ช่วงเวลาที่สามารถขึ้นไปชมได้ก็ตามนี้เลย

-ช่วงเวลาเปิดเส้นทางให้บริการทุกเส้นทาง (Dentetsu Toyama – Shino Omachi) : เมษายน – พฤศจิกายน

-ช่วงเวลาเปิดเส้นทางให้บริการบางส่วน (Dentetsu Toyama – Midagahara) : ต้นเดือนเมษายน

-ปิดเส้นทางตั้งแต่ : ธันวาคม – ต้นเดือนเมษายน

วิธีการไปชมกำแพงหิมะ

โตเกียว – โทะยะมะ : โดย รถไฟ JR Joetsu Shinkansen สู่สถานี Echigo-Yuzawa (75 นาที) เปลี่ยนสายเป็น JR Hakutaka Limited Express สู่ Toyama (2 ชั่วโมง) โตเกียว – ชินะโนะ โอะมะจิ : โดย Azusa Limited Express จากสถานีชินจุกุ (Shinjuku) สู่ มัตสึโมะโตะ (Matsumoto) (2.5 ชั่วโมง) และเปลี่ยนสายเป็น รถไฟ JR Oito สู่สถานีชินะโนะ โอะมะจิ (1 ชั่วโมง)

โอซาก้า/เกียวโต – โทะยะมะ : โดยรถไฟ JR Thunderbird Limited Express ประมาณ 3 – 3.5 ชั่วโมงโอซาก้า/เกียวโต – ชินะโนะ โอะมะจิ โดย รถไฟ JR Tokaido Shinkansen ถึงนะโงะยะ (Nagoya) ( 1 ชั่วโมง)เปลี่ยนสายเป็น รถไฟ JR Shinano Limited Express สู่มัตสึโมะโตะ (Matsumoto) ( 2 ชั่วโมง) และเปลี่ยนสายเป็นรถไฟ JR Oito สู่สถานีชินะโนะ โอะมะจิ (1 ชั่วโมง)

เอลป์ญี่ปุ่น “หิมะฤดูร้อน” กำแพงหิมะ ณ หุบเขาแอลป์ญี่ปุ่น-ทาเทยาม่า ปีหนึ่งไปได้ช่วงเดียว เท่านั้น คือ ช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคมเป็นช่วงที่น้ำแข็งหิมะที่อื่นละลายไปหมดแล้วคงเหลือ แต่ที่ยอดเขาที่นี่ที่เดียว จนถูกเรียกกว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวหิมะน้ำแข็งฤดูร้อน ที่นี่มีป่าสนดึกดำบรรพ์ ที่มีอายุกว่า 1,000 ปี เสน่ห์แห่งทุ่งราบเขียวขจีแซมสลับด้วยสีสันของ ดอกไม้ที่แข่งกันบานอวดสีสันสวยงามของช่วงฤดูร้อนที่สดใส บนยอดดอยสูงจุดชมวิวสูงที่สุดของเส้นทางนี้ มองเห็นทะเลสาบน้อยใหญ่ ทะเลเมฆ ขอบฟ้าแสนสวย ทัศนียภาพความงามของบรรยากาศฤดูดอกไม้บานสีสันสวยงาม นับเป็นช่วงเวลาแสนคลาสสิกช่วงปลายเมษายน-ต้นมิถุนายน จะได้สัมผัสความงามด้วยการลัดเลาะซอกกำแพงหิมะ (Ice Wall) สูงกว่า 20 เมตร นับเป็นธรรมชาติ แสนมหัศจรรย์ยิ่ง นั่นคือสิ่งที่น่าสนใจและสร้างความตื่นเต้น จากการได้สัมผัสความหนาวเย็นในฤดูร้อน

ระหว่างเดินทางผ่านกำแพงหิมะสูงตามถนนสายนี้ไปสู่ยอดเขา กำแพงหิมะทั้งสองข้างเป็นถนนเชื่อมต่อระหว่างหมู่บ้าน หิมะตกมาทับถนนจนไม่สามารถสัญจรได้ แต่หลังจากหิมะหยุดตกและน้ำแข็งเริ่มกดตัวแข็ง ชาวบ้านก็ช่วยกันเจาะตรงกลางให้เป็นถนนกำแพงหิมะ เพื่อให้รถและคนเดินผ่านได้ ระดับความสูงของเทือกเขานี้ ได้เปิดโอกาสให้ได้ศึกษาสภาพแวดล้อมของธรรมชาติที่เปลี่ยนแปลง ไปเป็นช่วงๆเริ่มจากธารน้ำที่มองเห็นได้จากรถกระเช้าที่ลอยสูงขึ้นไปจนถึงสถานีที่ 2 จะเปลี่ยนมานั่งรถนำเที่ยวระบบยูโร 4 ที่อนุรักษ์ สิ่งแวดล้อมไร้มลพิษจะนำผ่านป่าที่อนุรักษ์ไว้เช่นกันด้วยการไม่ทำลายภูเขา

ช่วงนี้อากาศเริ่มหนาวถึงขั้นหิมะตก จนเห็นแต่หิมะขาวโพลนไปหมด เหมือนกำลังอยู่กลางขั้วโลกเหนืออย่างนั้นเลยอากาศหนาวที่นี่ไม่ได้เย็นจัดจนปวดตัวเหมือนฤดูหนาวที่ผ่านมา แต่คนเอเชียเมืองร้อนก็ต้องระดมชุดเสื้อกันหนาวใส่ 3 ชั้นก็ยังไม่รู้สึกว่าอุ่น บางคนผิวหน้าบางหน้าลอกกันเลยทีเดียว ต้องทาครีมป้องกันผิวหนังกันเป็นที่สนุกสนาน ตลอดเส้นทางของการเดินทางที่สวยงามไปสู่หุบเขาแอลป์ญี่ปุ่น “ทาเทยาม่า” (JAPAN ALPS TATEYAMA) นี้ ทุกอย่างล้วนแต่ทันสมัยและไร้สารที่ก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม

โรงแรมญี่ปุ่น ที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั่วทุกมุมโลก

ยินดีให้บริการจอง โรงแรมญี่ปุ่น และที่พักในประเทศญี่ปุ่น ในทุกเมืองใหญ่ๆของประเทศญี่ปุ่นมีโรงแรมสไตล์ตะวันตก และกลุ่มเครือโรงแรมที่มีชื่อเสียง ท่านอาจเลือกพักตามโรงแรมสไตล์ตะวันตกที่หรูหราและทันสมัยได้เมื่ออยู่ในโตเกียวหรือโอซาก้า แต่ถ้าหากท่านอยู่ที่เกียวโตแล้วล่ะก็ โรงแรมใหม่แบบญี่ปุ่นสไตล์รีสอร์ท นักท่องเที่ยวจะได้เห็นภูเขาไฟฟูจิและทะเลสาบคะวะกุจิที่สวยงามจากห้องพัก มีสวนและบ่ออาบน้ำกลางแจ้ง ไม่ควรพลาดโอกาสที่จะลิ้มลองประสบการณ์ที่แปลกใหม่ เข้าพักตามเรียวกังสไตล์ญี่ปุ่นแท้ ๆ ที่ท่านจะได้สัมผัสบรรยากาศความเป็นญี่ปุ่นได้อย่างแท้จริง พนักงานของโรงแรมเหล่านี้จะพูดภาษาอังกฤษได้ ทาง โรงแรมญี่ปุ่น ได้เตรียมการบริการที่ดีที่สุดในทุกๆฤดูกาล กลิ่นหอมอ่อนๆของเสื่อทาทามิ, ดอกไม้และพืชพันธุ์ตามฤดูกาล, วัตถุดิบที่ดีที่สุดในแต่ละวันและอื่นๆ โรงแรมแห่งนี้ตั้งอยู่ที่บริเวณทะเลสาบคาวากุจิ เชิงภูเขาไฟฟูจิ บริเวณชั้นบนสุดมีให้บริการออนเซ็นต่างๆ เช่น Fujinoyu และบ่อน้ำแร่อื่นๆอีกให้ได้ทดลองแช่กัน รวมทั้งยังมีอาหารตามฤดูกาลที่แสนอร่อยไว้คอยบริการอีกด้วย อีกมากมาย ในขณะเดียวกัน แม้จะเป็นเรียวกังที่มีการออกแบบและการบริการสไตล์ญี่ปุ่นแท้ เรียวกังญี่ปุ่นในบรรยากาศอันร่มรื่นภายใต้สวนญี่ปุ่นที่ถูกจัดแต่งอย่างงดงาม พร้อมด้วยบ่อน้ำแร่ออนเซ็นส่วนตัวภายในห้องพักแบบโมเดิรน แต่ละห้องพักมีบ่ออาบน้ำโอเพ่นแอร์ส่วนตัว ที่พักภูมิใจนำเสนออาหารรสเลิศมากมายหลากหลายเมนูที่คัดสรรมาเป็นอย่างดี เราก็ยังคงจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกและการบริการให้ท่านรู้สึกสะดวกสบายเสมือนการบริการใน โรงแรมญี่ปุ่น พร้อมกันนั้นยังเป็นจุดที่สะดวกที่สุดที่จะเดินทางไปยังที่ท่องเที่ยวต่างๆ ภายในเมือง ด้วยการเดินทางที่แสนจะง่ายดายเพื่อไปสถานที่ท่องเที่ยวที่เลื่องชื่อ เช่น คะวะกุจิโกะ มิวสิค ฟอร์เรส หรือพิพิธภัณฑ์สมุนไพรและเครื่องหอมแห่งคะวะกุจิโกะ สวนสาธารณะ เทนโจซังและสะพานเชือก เป็นต้น

คงความเป็นส่วนตัวของท่านและสัมผัสความใส่ใจในการต้อนรับและบริการอย่างดี บ่อน้ำพุร้อนที่นี่ เป็นบ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติที่ดึงขึ้นมาจากแหล่งน้ำพุร้อนที่อยู่ลึกลงไปในดินกว่า 1500 เมตร ทาง โรงแรมญี่ปุ่น มีอ่างอาบน้ำรวมที่มีขนาดใหญ่ไว้บริการพร้อมทั้ง ซาวน่า และอ่างจากุซซี่ หากต้องการความเป็นส่วนตัวก็สามารถจองเวลาที่ต้องการใช้งานได้เช่นกัน ควรจะจองที่พักไว้ล่วงหน้านานๆ จะเป็นการดีที่สุดโดยเฉพาะอย่างยิ่งในฤดูกาลท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก ภายในโรงแรม นักท่องเที่ยวสามารถเลือกทำกิจกรรมผ่อนคลายต่างๆ ได้มากมายที่สปาเสริมความงาม คาราโอเกะ และบาร์ของทางโรงแรม โรงแรมญี่ปุ่น แห่งนี้มีเครื่องอำนวยความสะดวกสำหรับผู้เข้าพักที่เป็นผู้พิการอีกด้วย ราคาถูกและประหยัด เมื่อไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่น สิ่งหนึ่งที่หลายคนจะต้องเดินทางไปเห็นกับตาตัวเองให้ได้ก็คือ ‘ภูเขาไฟฟูจิ’ และมันจะดีมากๆ ถ้าเราได้มีโอกาสไปพักโรงแรม หรือเรียวกัง ที่สามารถมองเห็นวิวความสวยงามของภูเขาไฟฟูจิได้แบบชัดเจน ภายในออนเซ็นรวมที่แนกชาย-หญิงนั้นมีจากุชชี่ ออนเซ็นที่เป็นบ่อแบบนอนและออนเซ็นกลางแจ้งซึ่งสามารถชมวิวที่สวยงามได้ให้บริการ ท่านที่ต้อการความเป็นส่วนตัวสามารถใช้ออนเซ็นภายในห้องพักได้ นอกจากนี้ยังสามารถเห็นวิวทะเลสาบได้จากห้องอาหารอีกด้วย วันนี้เราเลยจะมาแนะนำ 9 ที่พักที่เพื่อนๆ สามารถมองเห็นวิวธรรมชาติของภูเขาไฟฟูจิ แถมแช่บ่อน้ำร้อนให้ชุ่มฉ่ำมาฝากกัน ตอบโจทย์เรื่องการเดินทางอย่างสะดวกสบาย จะมีมาตรฐานในการให้บริการและสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างคงเส้นคงวา ที่พักที่เรานำมาแนะนำกันนั้น จะมีบ่อน้ำร้อนแบบส่วนตัวในห้องพัก และทุกที่นั้นก็สามารถมองเห็นวิวของ ‘ภูเขาไฟฟูจิ’ ได้แบบเต็มอิ่ม นอกจากนี้ก็มีบ่อออนเซ็นให้ได้ใช้กันด้วย ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่ได้แช่น้ำร้อนจากธรรมชาติ โรงแรมญี่ปุ่น เหล่านี้ส่วนใหญ่จะมีสิ่งอำนวยความสะดวกเช่นเดียวกับโรงแรมตะวันตกในประเทศต่างๆ เช่น เครื่องทำความอุ่น ทีวี เครื่องปรับอากาศ และสระว่ายน้ำ

โรงแรมญี่ปุ่น พร้อมด้วยอาจมีบริการเสริมในส่วนของล่าม ศูนย์ช้อปปิ้งและศูนย์สุขภาพ ความสวยงามของที่พักแบบญี่ปุ่นหรือที่เรียกว่าเรียวกังแห่งนี้ จะทำให้นักท่องเที่ยวประทับใจไม่รู้ลืมกันเลยทีเดียว หน้าต่างห้องที่ใหญ่สามารถชมวิวของภูเขาไฟฟูจิได้อย่างงดงาม ห้องพักทุกห้องสามารถเห็นวิวภูเขาไฟฟูจิและทะเลสาบคาวากูจิโกะ นอกจากนี้สามารถเห็นวิวภูเขาไฟฟูจิที่สวยงามได้จากออนเซ็น ซึ่งที่พักได้ใช้กระจกป้องกันฝ้าความร้อนเพื่อให้ไม่มีการบดบังทัศนียภาพในการชม ต้องการหาที่พักใกล้แหล่งท่องเที่ยว ใกล้ร้านอาหาร ใกล้แหล่งช้อปปิ้ง ในราคาที่คุ้มค่า ท่องเที่ยวญี่ปุ่นแบบสุดคุ้ม หากท่านซื้อตั๋วเครื่องบินแล้วต้องการจอง โรงแรมญี่ปุ่น กับเรา ภายในอาคารที่พักมีรูปภาพภูเขาไฟฟูจิประดับตกแต่งมากมาย นอกจากนี้ยังมีบ่ออาบน้ำชนิดต่างๆ ให้ได้เลือกผ่อนคลาย เช่น บ่ออาบน้ำกลางแจ้ง, ซาวน่า เป้นต้น เป็นสิ่งที่เพิ่มเข้ามาล่าสุดในเครือข่ายที่พักญี่ปุ่น เป็นที่ชื่นชอบอย่างมากในหมู่นักท่องเที่ยวที่มีงบจำกัด พบได้ทั้งในเมืองใหญ่ๆและเมืองขนาดกลางหลายๆ แห่ง นักท่องเที่ยวจะได้ผ่อนคลายที่โคนันโซ การได้แช่เท้าในบ่อออนเซ็นเท้าที่ชั้นบนสุดของอาคาร พร้อมๆ กับดูวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของภูเขาไฟฟูจิ รีสอร์ทแห่งนี้มีห้องอาบน้ำรวมสองแห่ง แบ่งไว้สำหรับชายและหญิง นอกจากนี้ก็มีส่วนที่กั้นไว้แบบไพเวท 3 แห่ง (โดยแขกผู้เข้าพักสามารถทำการจองเวลาได้ส่วนตัว) โรงแรมญี่ปุ่น แบบธุรกิจเป็นโรงแรมต้นทุนต่ำที่มุ่งเน้นกลุ่มลูกค้าที่เป็นนักธุรกิจชาวญี่ปุ่นที่ต้องเดินทางบ่อย สามารถแจ้งความประสงค์ได้กับเจ้าหน้าที่ ท่านจะได้รับส่วนลดค่าห้องพักทันที ทุกมุมสามารถมองเห็นภูเขาไฟฟูจิในมุมที่สวยงาม โรงแรมภูมิใจนำเสนออีกสิ่งหนึ่งก็คือการนวดแบบชิเอซึและการผ่อนคลายแบบสปา แหล่งพักผ่อนหย่อนใจก็มีมากมายเช่น ห้องคาราโอเกะสามห้อง คอฟฟี่ชอปและบาร์ มีความสะอาดและสะดวกสบาย ห้องพักมักจะมีขนาดเล็กและมีสิ่งอำนวยความสะดวกน้อยกว่าโรงแรมที่อยู่ในระดับที่สูงกว่า แต่ โรงแรมญี่ปุ่น แบบธุรกิจส่วนใหญ่จะอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟจึงเดินทางสะดวก คือสไตล์โรงแรมญี่ปุ่นแบบเก่า(ที่เรียกว่าเรียวกัง)และสไตล์โรงแรมแบบตะวันตกเพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัย วิวจากห้องพักที่สามารถมองเห็นภูเขาไฟฟูจิและทะเลสาบคะวะกูจิโกะได้อย่างชัดเจน

ตัวอย่างบริษัทจัดหางานในไทย

การจัดหางานในประเทศไทยจะมีอยู่ 2 ลักษณะ กัน ได้แก่ การจัดหางานโดยรัฐ และการจัดหางานโดยภาคเอกชน แต่ปัจจุบันคงหลีกเลี่ยงไม่ได้ว่าอินเตอร์เน็ตเข้ามามีบทบาทสำคัญในการจัดหางานเป็นอย่างยิ่ง บทความนี้จึงขอนำเสนอตัวอย่างของบริษัทจัดหางานจึงต้องมีการปรับตัว ที่มีชื่อเสียงในปัจจุบัน

Pasona HR Consulting Recruitment (Thailand) ก่อตั้งเมื่อเดือน เดือน ธันวาคม 2012 สำนักงานตั้งอยู่ที่กรุงเทพ จุดประสงค์เพื่อตอบสนองความต้องการทางด้านทรัพยากรบุคคลระดับโลกแก่บริษัทญี่ปุ่น ภายใต้พื้นฐานแนวคิดการบริหารงานอันเป็นสากลตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง นั่นคือ “จะช่วยแก้ปัญหาของสังคม ” Pasona Groupยังวางโครงสร้างพื้นฐานทางด้านการจ้างงานที่หลากหลาย ปัจจุบันกระแสโลกาภิวัฒน์พัฒนาไปอย่างต่อเนื่องพร้อมกับการเพิ่มจำนวนของบริษัทญี่ปุ่นในประเทศไทยอย่างน่าทึ่งจุดแข็งของบริษัทจัดหางานคือ  มีศักยภาพในการเข้าถึงกลุ่มของผู้สมัครงานมากกว่าการที่บริษัทส่วนใหญ่ประกาศรับสมัครเอง ที่นี่มีผู้ที่สนใจตำแหน่งงาน และเข้ามาสัมภาษณ์ต่อวันเป็นจำนวนมาก ซึ่งล้วนแต่เป็น แคนดิเดทที่ผ่านการคัดสรรมาในเบื้องต้นแล้ว ทำให้โอกาสที่จะได้คนที่มีคุณสมบัติตรงตามที่บริษัทต้องการมีสูงขึ้นมาก ทำให้สามารถเลือกคนที่ดี และเหมาะสมที่สุดได้ โดยทางบริษัทจัดหางานจะช่วยคัดเลือกคุณสมบัติเบื้องต้นของผู้สมัคร รวมถึงมีการทำการทดสอบเบื้องต้นให้แล้ว ซึ่งเป็นการประหยัดเวลาในการคัดเลือกคนที่มีคุณสมบัติไม่ตรงตามที่ต้องการออก ทำให้หลายบริษัทยอมเสียค่าบริการเพื่ออำนวยความสะดวก และได้คนที่มีประสิทธิภาพให้กับองค์กร บริษัทจัดหางานจึงมีตำแหน่งงานที่น่าสนใจมากมายรอคุณอยู่ ดังนั้นการสมัครงานกับเรา จะช่วยเพิ่มโอกาสให้ได้งานที่เหมาะกับคุณ เนื่องจากที่นี่มีตำแหน่งงานมากมายหลากหลายบริษัทให้เลือก

บริษัท จัดหางาน เอฟ ดี ไอ (ประเทศไทย) จำกัด ได้รับอนุญาตจากกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน ให้เป็นผู้ดำเนินธุรกิจ ด้านการจัดหางานให้คนหางานในประเทศ โดยได้รับใบอนุญาตจัดหางานภายในประเทศ(แบบจง.3) เลขที่ น.1261/2554 เอฟ ดี ไอ ตระหนักดีว่า ทรัพยากรบุคคล คือ กุญแจแห่งความสำเร็จของทุกงาน ในทุกองค์กรเสมอ จึงมุ่งมั่นนำเสนอบริการจัดหางานและคนงานที่เหมาะสม ทำหน้าที่เป็นสื่อกลางให้กับคนหางานและผู้ประกอบการ โดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญและที่ปรึกษาด้านการคัดสรรบุคคลากรผู้มีประสบการณ์ยาวนานในทุกระดับ ทุกสาขาอาชีพ

เพอร์เฟค ฮันเตอร์ จำกัด เป็นบริษัทที่ปรึกษาและพัฒนาด้านบุคลากร ปัจจุบันเรามีที่ปรึกษาบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ เชี่ยวชาญในแต่ละสาชาอาชีพ เป็นอย่างดี จึงทำให้บริษัทลูกค้ามั่นใจได้ว่าจะได้ผู้สมัครงานตามตำแหน่งที่ต้อง การลดค่าใช้จ่ายในการกระจายสื่อต่าง ๆบริษัทจัดหางาน เพอร์เฟค ฮันเตอร์ จำกัด ทราบดีว่าการรับสมัครงานในแต่ละครั้งเมื่อมีตำแหน่งงานว่างเกิดขึ้น สิ่งแรกที่บริษัทลูกค้าต้องทำก็คือ การตั้งงบประมาณ เพื่อซื้อสื่อโฆษณาลงตำแหน่งงานว่างกับผู้ให้บริการ รวมถึงงบประมาณค่าโทรศัพท์ในการติดต่อกับผู้สมัครงาน ซึ่งหลายครั้งต้องเสียค่าใช้จ่ายเป็นจำนวนมากต่อการหาสรรหาพนักงาน 1 ตำแหน่ง โดยการตั้งงบประมาณแต่ละครั้งไม่มีใครยืนยันได้ว่าจะได้ผู้สมัครงานมาร่วมงานกับบริษัทลูกค้าหรือไม่ หากผู้สมัครงานไม่มาเริ่มงาน บริษัทลูกค้าต้องตั้งงบประมาณใหม่ ซึ่งนอกจากจะทำให้บริษัทลูกค้าเสียเวลา ยังทำให้บริษัทลูกค้าเสียค่าใช้จ่ายเป็นจำนวนมากอีกด้วย

FISCHER & PARTNERS การสรรหาไม่ได้เป็นเพียงแค่การเติมตำแหน่งที่เปิดเท่านั้น เกี่ยวกับการทำความเข้าใจความทะเยอทะยานของคุณเพื่อให้เราสามารถหาคนที่เหมาะสมเพื่อช่วยในการเปลี่ยนธุรกิจของคุณ ที่นี่ขุดลึกเพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมของ บริษัท ของคุณแนวการแข่งขันและผู้สมัครในอุดมคติ ข้อมูลเหล่านี้สอดคล้องกับข้อมูลที่พัฒนาและดำเนินกลยุทธ์การสรรหาที่ได้รับผลลัพธ์ที่ดีที่สุด การค้นหาผู้บริหารการค้นหาผู้บริหารและการสรรหาผู้บริหารเป็นบริการพิเศษที่ใช้ในการจัดหาผู้สมัครระดับสูงสำหรับผู้บริหารระดับสูงหรือตำแหน่งพิเศษอื่น ๆ เราได้คัดเลือก GMs, MDs, ซีอีโอ, CFOs ฯลฯ สำหรับลูกค้าของเราเรียบร้อยแล้ว เราจะทำการวิจัยและหาแนวทางที่เหมาะสมในตลาด เราจะตรวจสอบว่าบุคคลนั้นมีความสนใจที่จะย้ายไปหานายจ้างรายใหม่และทำการตรวจคัดกรองเบื้องต้นการสัมภาษณ์การประเมินผู้สมัครการเจรจาเกี่ยวกับค่าตอบแทนและสัญญาจ้าง ฯลฯ การรับสมัครงานทั่วไปทีมงานสรรหาบุคลากรของเรามีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านและมีประสบการณ์ในการสรรหาบุคลากรตั้งแต่ระดับผู้บริหารจนถึงระดับผู้บริหารสำหรับงานด้านต่างๆที่ไม่ใช่ด้านเทคนิคและอุตสาหกรรม เราจะค้นหาผู้สมัครในฐานข้อมูลของเราเองรวมถึงฐานข้อมูลและไดเรกทอรีภายนอก ผู้สมัครจะได้รับการคัดเลือกและได้รับการติดต่อเพื่อดูว่ามีความสนใจจากผู้สมัครหรือไม่และการสัมภาษณ์ที่ตามมาจะจัดขึ้น การสรรหาบุคลากรทางเทคนิคทีมงานสรรหาบุคลากรทางเทคนิคของเราประกอบด้วยสมาชิกในทีมที่มีประสบการณ์ในการทำงานและการศึกษาที่ผ่านมาในด้านไอทีวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมเป็นจุดประสงค์หลักของทีมเทคนิคของเราคือเพื่อทำความเข้าใจธรรมชาติของธุรกิจและความต้องการของลูกค้าของเรา เราได้คัดสรรตำแหน่งทางด้านเทคนิควิศวกรรมและไอทีหลายด้านเพื่อการผลิตการค้าการก่อสร้างไอทีและอุตสาหกรรมอื่น ๆพนักงานของเรา Outsourcing บริการเหมาะสำหรับลูกค้าที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนหรือยังไม่มีหัวหน้าแผนกจ้างตำแหน่งนี้ เราจะจ้างพนักงานของคุณภายใต้ ‘Fischer & Partners’ และเราจะตรวจสอบให้แน่ใจว่าพวกเขาได้รับเงินเดือนตรงเวลาประกันสุขภาพและผลประโยชน์อื่น ๆ

บริษัทตัวแทนจัดหางาน เพอร์ซันแนล คอนซัลแตนท์ (ประเทศไทย) จำกัด  เป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจด้าน การสรรหาบุคลากรเพื่อเข้าปฏิบัติงานในบริษัทที่มีชื่อเสียงในประเทศไทย  การดำเนินงานเราได้ตระหนักถึงความ สำคัญของการบริการที่มีคุณภาพและเพื่อสร้างความพึงพอใจให้แก่ลูกค้าเป็นลำคัญ ดังนั้นนโยบายของเราจึงเน้นที่ความรวดเร็วบริษัทจัดหางาน เพอร์ซันแนล คอนซัลแตนท์ (ประเทศไทย) จำกัด  เริ่มดำเนินการเมื่อปี พ.ศ. 2537 โดยให้บริการจัดหาบุคลากรเพื่อเข้าบรรจุเป็นพนักงานในบริษัทญี่ปุ่นและบริษัทต่างชาติ ที่เข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทย  ปัจจุบันที่นี่ได้ร่วมงานกับบริษัทลูกค้าทั้งบริษัทญี่ปุ่นและต่างชาติมากกว่า 8,700 บริษัทในทุกภูมิภาคของประเทศไทยและได้จัดหาบุคลากรเข้าปฏิบัติงานได้มากกว่า 18,000 คน  ในระยะเวลาเพียง 22 ปี “เพอร์ซันแนลคอนซัลแตนท์ดีอย่างไร” ด้วยประสบการณ์ในการจัดหาบุคลากรให้กับบริษัทญี่ปุ่นในประเทศไทยเป็นเวลานานกว่า 22 ปี   เราจึงได้รับความไว้วางใจจากบริษัทต่างๆเป็นจำนวนมาก ปัจจุบันเรามีบริษัทลูกค้าที่ใช้บริการมากที่สุดในประเทศไทย ดังนั้นท่านจึงมั่นใจได้ว่า ท่านจะมีโอกาสได้งานตรงตามความต้องการของท่านอย่างแน่นอน

ออกแบบปฏิทินด้วยตัวเอง งานพิมพ์คุณภาพ ราคาถูกประหยัดที่สุด‎

เหตุผลที่คุณจำเป็นต้องใช้ปฎิทิน ปฎิทินที่อยู่คู่กับเรามาอย่างยาวนาน ออกแบบปฏิทินด้วยตัวเอง อีกทั้งยังช่วยเพิ่มลูกค้ารายใหม่ได้ง่ายขึ้นอีกด้วย การที่จะทำการตลาดให้เกิดประสิทธิผลมากที่สุด คือต้องมีการวางแผนการตลาดที่ดีและเลือกใช้ช่องทางในการทำการตลาดให้ถูกต้อง ปัจจุบันนี้เริ่มลดหายไปเรื่อยๆ เพราะหลายคนหันไปพึ่งพาเทคโนโลยีที่ทันสมัยมากขึ้นอาทิเช่น แอพลิเคชั่นบนมือถือ เหมาะสมกับร้านค้า สินค้าและกลุ่มเป้าหมาย ยกตัวอย่างเช่น ถ้ากลุ่มลูกค้าของคุณเป็นกลุ่มที่มีเกณฑ์ผู้สูงอายุและมีค่าเฉลี่ยที่ใช้งานระบบออนไลน์ต่ำ เพราะพวกเขาสนใจในเนื้อหาเหล่านั้น พวกเขาสนใจมากขนาดที่ยอมจ่ายเงินเพื่อให้ได้อ่าน ดังนั้น ออกแบบปฏิทินด้วยตัวเอง ถ้าคุณมีร้านขายกล้อง การขายและโปรโมทสินค้าทางออนไลน์ก็จะมีประสิทธิภาพที่ต่ำ ดังนั้นสื่อสิ่งพิมพ์ก็ถือเป็นช่องทางสำคัญที่สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายซึ่งสามารถช่วยให้ติดต่อสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายได้ หรือเปิดยิมออกกำลังกาย การสอดใบปลิวหรือแผ่นพับใส่ในนิตยสารนั้นๆ ก็สามารถทำให้เกิดผลที่เป็นประโยชน์อย่างมากกับธุรกิจของคุณเช่นเดียวกัน ถ้าคุณสามารถระบุลักษณะของลูกค้าของบริษัทของคุณได้ว่า เป็นพนักงานบริษัทประกันภัยหรือธนาคาร ในยุคดิจิตอล ไม่เพียงแต่เทคโนโลยีเท่านั้นที่มีการเปลี่ยนแปลงแต่ยังรวมถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคอีกด้วย ลูกค้าบางกลุ่มจะมีพฤติกรรมที่ไม่สนใจสื่อออนไลน์และไม่สนใจเทคโนโลยีเลย ออกแบบปฏิทินด้วยตัวเอง คุณก็สามารถที่จะแจกจ่ายใบปลิวของคุณไปตามตึกของธนาคารหรือบริษัทประกันภัยได้ หรือติดโปสเตอร์ไว้ที่ลิฟต์ตึกได้ การเลือกกำหนดกลุ่มเป้าหมายเช่นนี้เป็นไปได้ไม่เสมอไปกับการตลาดออนไลน์ หรือคอมพิวเตอร์แต่หากเราคิดทางการตลาดมากขึ้น

ออกแบบปฏิทินด้วยตัวเอง ดิจิตอลไม่สามารถสร้างความทรงจำได้ในระยะยาวได้มากเท่ากับสื่อสิ่งพิมพ์ จึงเป็นอีกเหตุผลที่ทำให้นักธุรกิจหลายคนยังคำนึงถึงการใช้สิ่งพิมพ์ในทางการตลาด โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าประจำท้องถิ่นซึ่งเป็นกลุ่มผู้บริโภคที่มีพฤติกรรมในชีวิตประจำวันที่ซ้ำจำเจในทุกๆวัน และนี่คือจุดสำคัญที่ทำให้สื่อสิ่งพิมพ์สามารถใช้ประโยชน์จากจุดนี้ได้ นอกจากนี้ การตลาดผ่านสื่อสิ่งพิมพ์นั้นสำคัญสำหรับการสร้างและส่งเสริมภาพลักษณ์แบรนด์ของคุณ เช่นนั้น มันเป็นการลงทุนในระยะยาวกว่าเมื่อเทียบกับการตลาดออนไลน์ที่โดยทั่วไปมุ่งเป้าหมายไปที่การดึงดูดกระตุ้นผู้ซื้อ ในขณะที่ขากลับก็ต้องเดินเข้าซอยผ่านหน้าร้านขายของชำเช่นเดิมซึ่งเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ นี่คือสิ่งที่สื่อสิ่งพิมพ์จะช่วยดึงประโยชน์จากพฤติกรรมซ้ำๆในทุกๆวันของผู้บริโภคมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ออกแบบปฏิทินด้วยตัวเอง ผู้คนที่กำลังมองหาที่จะซื้อบางอย่างอยู่แล้ว หรือผู้คนที่เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซตืของคุณหรือเว็บไซต์คล้ายๆกันก่อนหน้านี้ การตลาดผ่านสื่อสิ่งพิมพ์ให้คุณมีโอกาสมากกว่าในการเลือกเป้าหมายที่เฉพาะเจาะจง ถ้าคุณสร้างโปสเตอร์หรือป้ายโปรโมทร้านค้าไว้ในซอย ลูกค้าก็จะมองเห็นซ้ำๆในทุกๆวัน ก็จะช่วยสร้างการตระหนักรู้และย้ำถึงแบรนด์สินค้าและบริการในที่สุด ในอนาคตลูกค้าก็มีแนวโน้มที่จะเลือกใช้บริการหรือซื้อสินค้าของคุณเพิ่มมากขึ้น ความเกี่ยวข้องสัมพันธ์มีสูงกว่า และตอบสนองต่อประสบการณ์ประสาทสัมผัสมากกว่า(โดยการได้สัมผัสและได้กลิ่นของกระดาษ) เห็นโฆษณาออนไลน์ ทำให้มีความเป็นไปได้ที่ผู้คนจะสามารถจดจำโฆษณาและแบรนด์ของคุณได้ ทุกคนชอบสิ่งที่สวยงาม นิยามนี้ยังใช้ได้ทุกยุคทุกสมัยแม้กระทั่งในยุคดิจิตอล สื่อสิ่งพิมพ์ที่มีการตกแต่งที่สวยงามสามารถสร้างภาพลักษณ์ความเป็นมืออาชีพและน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์สินค้าได้ นอกจากนี้ ออกแบบปฏิทินด้วยตัวเอง มันเป็นเรื่องดีกว่าอยู่แล้วที่จะอ่านจากกระดาษมากกว่าจากหน้าจอที่ทำให้ดวงตาของคุณอ่อนล้ามากๆ และปรับใช้กับยุคดิจิตอลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการสร้างแบรนด์อย่างยั่งยืน เราจึงได้จำแนกความสำคัญของปฎิทินสำหรับคนทั่วไปในการใช้งานและสำหรับแบรนด์ที่ต้องการจะเป็นที่จดจำของลูกค้า

ออกแบบปฏิทินด้วยตัวเอง การใช้บรรจุภัณฑ์หรือแพ๊คเกจจิ้งห่อสินค้าที่มีความสวยงามและตกแต่งด้วยโลโก้ของบริษัทส่งถึงมือลูกค้า นอกจากจะช่วยสร้างความสวยงามเป็นเอกลักษณ์ให้กับตัวสินค้าแล้ว ถึงแม้ว่ากลยุทธ์การตลาดสื่อสิ่งพิมพ์นี้อาจใช้เวลายาวนานกว่าจะเห็นผล แต่เราเชื่อว่าคุณจะได้รับประโยชน์ทางธุรกิจจากการใช้ปฏิทินในทางการตลาดอย่างแน่นอน หลากหลายบริษัทได้ออกแบบปฎิทินประจำปีแจกจ่ายให้กับลูกค้าประจำของตัวเอง ยังสามารถช่วยกระตุ้นพฤติกรรมในการบริโภคสินค้าและบริการของลูกค้าได้ โดยเป็นการสร้างคุณค่าและมูลค่าของตัวแบรนด์และสินค้าให้สูงขึ้น ในขณะที่การทำการโฆษณาออนไลน์ และโดยเฉพาะการทำการโฆษณาที่แสดงให้เห็นออนไลน์มักจะถูกมองจากหลายๆคนว่า ดูเหมือนเป็นการสแปมและเรื่องไม่น่ายินดี โฆษณาผ่านสื่อสิ่งพิมพ์กระตุ้นให้ผู้คนเปิดอ่านและศึกษาเกี่ยวกับมันถ้ามีการออกแบบที่เหมาะสม ออกแบบปฏิทินด้วยตัวเอง สื่อสิ่งพิมพ์เหล่านี้สามารถช่วยสร้างความประทับใจและกระตุ้นพฤติกรรมการบริโภคของลูกค้าได้เสมอ ยิ่งไปกว่านั้นสิ่งพิมพ์ที่มีคุณภาพดีสามารถสะท้อนถึงคุณภาพและมาตรฐานของสินค้าได้อีกด้วย งานพิมพ์ที่ดีจะแสดงให้เห็นว่าเจ้าของแบรนด์ใส่ใจและพร้อมที่จะดูแลลูกค้าอยู่เสมอ ปัจจัยเหล่านี้จะช่วยให้ลูกค้ารู้สึกชอบแบรนด์สินค้าของคุณ และในครั้งต่อไป เมื่อลูกค้าต้องการซื้อสินค้า เขาจะคิดถึงแบรนด์สินค้าของคุณเป็นอันดับแรก การพิมพ์มักจะถูกมองว่าน่าเบื่อบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้ว มันเป็นเรื่องที่น่าสนุกมากๆได้ถ้าคุณใส่ความคิดสร้างสรรค์ของคุณลงไป เพราะมีการใช้ที่น้อยลงของสื่อสิ่งพิมพ์ โฆษณาบนสิ่งพิมพ์จะโดดเด่นมากเป็นพิเศษ และลูกค้าสัญจรซึ่งวิธีนี้จะยิ่งสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าประจำของคุณ และสร้างความน่าจดจำให้กับแบรนด์ของคุณได้ดี ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการออกแบบที่น่าดึงดูด และ คุณภาพปฎิทินของคุณด้วย ออกแบบปฏิทินด้วยตัวเอง หากคุณกำลังคิดว่าการส่งปฎิทินแจกจ่ายให้กับลูกค้าสัญจรนั้นอาจไม่ได้เพิ่มประสิทธิภาพของแบรนด์มากเท่าไหร่ หยุดคิด ช่วงสร้างความจดจำให้แก่แบรนด์ของคุณ และทำเลยเพราะเราไม่รู้ว่าปฎิทินของเราจะถูกส่งไปถึงใครแต่ยิ่งผ่านตาคนหลายคนมากเท่าไหร่ เขาก็จะยิ่งจำเราได้มากเท่านั้น

ออกแบบปฏิทินด้วยตัวเอง หากปฎิทินของคุณมีดีไซต์ที่ตรงกับลูกค้าเป้าหมายของคุณ ใครละจะไม่ชอบอย่าลืมเตรียมปฎิทินประจำปีพร้อมส่งให้กับลูกค้าของคุณ ช่วยเพิ่มยอดขายให้แก่บริษัทคุณ คำวิพากษ์วิจารณ์จำนวนมากที่มุ่งเป้าไปที่การทำการตลาดผ่านสื่อสิ่งพิมพ์ คือ ผลตอบแทนของการลงทุนนั้นวัดได้ยากกว่าเมื่อเทียบกับการทำการตลาดออนไลน์(ที่ผลตอบแทนวัดได้ง่ายกว่า) แม้ว่านี่จะเป็นความจริงที่มันอาจจะค่อนข้างยุ่งยากที่จะวัดผลที่แม่นยำของโฆษณาบนสิ่งพิมพ์กับองค์ประกอบระยะยาวอย่าง ภาพลักษณ์แบรนด์ ความน่าจดจำของแบรนด์ และความผูกพันที่มีต่อแบรนด์ แต่ก็มีเครื่องมือง่ายๆที่สามารถใช้ในการวัดประสิทธิภาพของโฆษณาบนสิ่งพิมพ์ได้โดยตรงในแง่ การสร้างฐานลูกค้าใหม่และคุณค่าในช่วงชีวิตของการเป็นลูกค้าอยู่ เพื่อบรรลุสิ่งนี่ ออกแบบปฏิทินด้วยตัวเอง คุณสามารถบูรณาการใช้ปฎิทินจะช่วยเพิ่มรายได้ให้กับคุณมีวิธี วิธีแรกคือเมื่อคุณสามารถสร้างความสัมพันธ์ และสร้างความประทับใจในการบริการให้กับลูกค้าของคุณได้ดีแล้ว สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อมานั่นก็คือ การกลับมาซื้อซ้ำ ส่วนวิธีที่สองก็คือการสร้างกลุ่มลูกค้าใหม่โดยการโฆษณาแบรนด์ของคุณผ่านปฏิทินที่คุณได้แจกลูกค้ากลุ่มเดิม ลองคิดตามดู คนที่เกิดความประทับใจเมื่อเห็นปฏิทินของแบรนด์คุณ เขาอาจจะประทับใจในตัวแบรนด์ของคุณอีกด้วยเช่นกัน ซึ่งอาจจะทำให้เค้ากลายเป็นลูกค้าใหม่ของคุณได้เช่นกัน วิธีนี้ถือเป็นการโฆษณาแบบฟรีๆสำหรับแบรนด์ของคุณ เพราะคุณจะได้ลูกค้าใหม่จากปฏิทินที่ตั้งอยู่เฉยๆบนโต๊ะ ใครล่ะจะไม่ชอบ ออกแบบปฏิทินด้วยตัวเอง จัดระเบียบกิจกรรมแต่ละวันของคุณ เพราะความยุ่งเหยิงที่ต้องเจอในแต่ละวัน ที่ตั้งขึ้นเฉพาะเพื่อตรวจสอบผลการปฏิบัติการในช่องทางนี้ นอกจากนี้ คุณสามารถใส่แฮชแท็ก บัญชีทวิตเตอร์ รวมไปถือบัญชีเฟสบุ๊คของคุณลงไปในสื่อสิ่งพิมพ์เพื่อสร้าง social media ของคุณให้ปรากฏให้เห็นได้ในขณะเดียวกัน

ออกแบบปฏิทินด้วยตัวเอง ถ้าโฆษณาดั่งเดิมของคุณน่าสนใจอยู่แล้ว มีความเป็นไปได้มากที่ผู้คนจะเข้าไปดูและมีความสัมพันธ์กับเพจโซเชี่ยลมีเดียของคุณ เป็นที่ว่ากันว่า การผสมของการตลาดผ่านสื่อสิ่งพิมพ์และการตลาดออนไลน์ทำให้ได้ค่า ROI สูงที่สุดสำหรับธุรกิจต่างๆ นี่แสดงให้เห็นว่า ทำไมบริษัทส่วนใหญ่ถึงพึ่งกลยุทธ์นี้ เมื่อพูดถึงกลยุทธ์ มันเป็นสิ่งสำคัญที่คุณจะต้องพัฒนากลยุทธ์การตลาดที่ไม่ใช่แค่ทำทุกช่องทาง แต่ต้องส่งเสริมซึ่งกันและกันด้วย อย่างไรก็ตาม การบรรยายเรื่องกลยุทธ์การตลาดไม่ใช่หัวข้อโปรแกรมของวันนี้ อาจจะเป็นในครั้งต่อไป ทำไมไม่หาตัวช่วยที่สามารถเอามาไว้บนโต๊ะทำงาน ที่ช่วยให้คุณจัดลำดับความสำคัญงานของงานคุณได้ เช่นปฏิทินตั้งโต๊ะน่ารักๆสักอัน การที่คุณเปลี่ยนไปดูตารางวันของคุณบนปฏิทินแทนบนโทรศัพท์ ออกแบบปฏิทินด้วยตัวเอง ถือเป็นการพักสายตาวิธีหนึ่งและยังเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้กับตัวคุณได้อีกด้วย ทำให้คุณจำวันสำคัญได้ดีมากยิ่งขึ้น ทุกวันของคุณที่ไม่เคยหยุดนิ่งกับที่ และ ทำงานอยู่ตลอดเวลาจึงอาจทำให้คุณลืมวันสำคัญของครอบครัว คนใกล้ชิด หรือ งานอีเว้นท์ที่สำคัญไปได้ และเพื่อไม่ให้ตัวเองพลาดวันสำคัญเหล่านี้ การมีปฎิทินวางไว้ข้างๆ โต๊ะจะทำให้คุณมองเห็นได้ง่ายขึ้น สร้างแรงจูงใจในการทำงาน สุดท้าย มันก็ขึ้นอยู่กับตัวคุณแต่ละคนว่าจะออกแบบกลยุทธ์การตลาดที่ต้องการอย่างไร จุดประสงค์สำคัญของบทความนี้คือแค่: อย่ามองข้ามการทำการตลาดผ่านสื่อสิ่งพิมพ์ เพราะคุณเห็นว่ามันน่าเบื่อ ไม่มีประโยชน์ หรือวัดผล บางคนใส่คำพูดเท่ๆ เก๋ๆ แนวแรงบันดาลใจไว้บนปฏิทิน เพื่อเป็นการกระตุ้นให้สามารถทำงานได้ดีและมากขึ้น ออกแบบปฏิทินด้วยตัวเอง เพิ่มเติมกับการที่คุณจะเห็นวันเดดไลน์สำหรับงานนั้นๆบนปฏิทิน เราเชื่อว่าคุณจะเห็นว่าปฏิทินเป็นเครื่องมือที่จะช่วยให้คุณทำงานสำเร็จและสร้างแรงบันดาลใจในการทำงานอย่างแน่นอน เมื่อเรารู้ประโยชน์ของการใช้ปฎิทินและวิธีใช้ที่แตกต่างกันระหว่างผู้กระกอบการและบุคคลธรรม ไม่ว่าจะเป็นนักศึกษา หรือ พนักงานออฟฟิศแล้ว

ออกแบบปฏิทินด้วยตัวเอง เราได้นำเอาเทมเพลตปฏิทินมาให้ทุกคนได้ดาวน์โหลดกันด้านล่างนี้ การซื้อขายสินค้าและบริการออนไลน์สามารถทำให้คุณติดต่อซื้อขายกับลูกค้าได้ทั่วโลก ลูกค้าสามารถเข้าถึงการค้นหาเว็บไซต์ร้านค้าของคุณได้จากทั่วโลกทุกที่และตลอดเวลา ซึ่งในยุคดิจิตอลจะมีช่องทางมากมายทางโซเชียลมีเดียที่ช่วยให้พ่อค้าสามารถติดต่อกับลูกค้าได้ง่ายมากยิ่งขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม และปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้งาน หรือ การออกแบบตามที่คุณต้องการเพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับลูกค้า หรือ แจกจ่ายให้กับครอบครัวและเพื่อนของคุณ ออกแบบปฏิทินด้วยตัวเอง สื่อสิ่งพิมพ์ก็ยังเป็นช่องทางที่สำคัญเพราะสามารถช่วยให้พ่อค้าเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเฉพาะกลุ่ม พ่อค้าที่โปรโมทสินค้าเฉพาะช่องทางออนไลน์เพียงอย่างเดียวจะมีกลุ่มลูกค้าที่แคบและค่อนข้างจำกัด เราได้เตรียมไฟล์เทมเพลตปฏิทินไว้สำหรับโปรแกรมเพื่อให้พวกคุณสามารถนำไปตัดต่อเปลี่ยนแปลงได้อย่างสะดวก ดังนั้นการเพิ่มช่องทางในการซื้อขายหรือการโปรโมทร้านค้าสินค้าและบริการในหลายๆช่องทาง สามารถทำให้คุณสามารถขายสินค้าและเพิ่มยอดขายได้ง่ายมากยิ่งขึ้น

รับทำสมุดจดบันทึก สิ่งพิมพ์ทุกชนิดราคาประหยัด

เขียนเรื่องสั้นๆ รับทำสมุดจดบันทึก ถ้ามีเวลาจำกัด ใครๆ ก็ต้องมีช่วงเวลายุ่งๆ กันบ้าง ถ้าคุณรีบ ให้เขียนแค่เรื่องสั้นๆ พอ จดรายละเอียดความรู้สึกและความคิดลงไปคร่าวๆ เขียนความรู้สึกที่รีบเร่งที่สุดและเกิดขึ้นแบบทันทีทันใดก่อน คุณสามารถกลับมาบันทึกเหตุการณ์อย่างละเอียดได้ทีหลังในสัปดาห์นั้นๆ ตอนที่คุณมีเวลาแล้ว แค่พยายามเขียนรายละเอียดพื้นฐานก่อนที่คุณจะลืมก็พอ อย่ากำหนดตารางเวลาที่คุณคิดว่าทำไม่ได้ ถ้าคุณคิดว่าตัวเองไม่น่าจะเขียนไดอารี่ได้ทุกคืน ก็อย่าตั้งกฎว่าจะต้องเขียนทุกคืน แต่ให้เลือกตารางที่ยืดหยุ่นหน่อย เขียนให้ได้สัปดาห์ละเรื่องแทน เลือกเวลาเขียนตอนที่คุณไม่มีภาระหน้าที่อื่นๆ หรือข้อจำกัดเรื่องเวลาจากภายนอก รับทำสมุดจดบันทึก คุณควรเขียนรายละเอียดอย่างซื่อสัตย์เหมือนตอนที่คุณระบายอารมณ์ออกมา คุณอยากให้ไดอารี่ของคุณรักษาความทรงจำและแง่มุมของเหตุการณ์นั้น เพราะฉะนั้นอย่าพูดว่าผมของแฟนสาวคุณ “เปล่งประกายดำขลับเหมือนนกกาน้ำ” ถ้าคุณไม่เคยเห็นนกกาน้ำตัวเป็นๆ ให้เขียนรายละเอียดในแบบที่ตัวเองเข้าใจได้ เช่น คุณอาจจะบอกว่าผมของแฟนสาว “เปล่งประกายเหมือนยามแสงแดดสะท้อนต้องไฟหน้ารถตอนบ่าย” ถึงจะเป็นการเปรียบเทียบที่ฟังดูแล้วไม่โรแมนติกเท่าไหร่ แต่มันก็เป็นความรู้สึกที่แท้จริงของคุณ ชีวิตในวันๆ หนึ่งของเราผ่านไปอย่างรวดเร็ว และหลายครั้งที่เราแทบไม่มีเวลาหยุดคิดทบทวนว่าตัวเราอยู่ตรงไหนกันแน่บนโลกใบนี้ รับทำสมุดจดบันทึก การเขียนจะช่วยให้เรามองเห็นรายละเอียดเล็กๆในชีวิต อย่างเช่นขนาดของสรรพสิ่งที่แตกต่างกัน เหมือนกับการได้หยุดคิดคำนึงและพบว่า “ป่า” และ “ต้นไม้” นั้นแตกต่างกัน ไม่มีขอบเขตในการเขียน

รับทำสมุดจดบันทึก นั่นเป็นเรื่องที่ผู้เขียนเป็นคนกำหนดเอง แต่สำหรับคนที่ยังเขียนไดอารี่ไม่เป็นหรือไม่รู้จะเริ่มยังไง เรามีตัวอย่างมาแนะนำ หลายคนที่ชอบเที่ยวหรือได้เดินทางบ่อยๆ มักจะเขียนไดอารี่เกี่ยวกับการเดินทาง สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นระหว่างทาง ปัญหาที่เจอในยามคับขัน และความสุขที่ได้ใช้เวลากับเพื่อนๆ ครอบครัว หรือคนที่รัก แน่นอนว่าแต่ละวันของเราทุกคนไม่ซ้ำกันอยู่แล้ว ในแต่ละวันก็จะมีเรื่องอย่างน้อย1เรื่องที่ทำให้เราปวดหัว บางวันอาจจะเป็นวันที่ห่วยๆ เพื่อน เป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งของชีวิตเราเลยก็ว่าได้  เราทุกคนใช้เวลาอยู่กับเพื่อนเป็นส่วนใหญ่ มันมักจะมีเรื่องตลกๆ ประสบการณ์แผงๆ รับทำสมุดจดบันทึก ในวัยเรียนร่วมกับกลุ่มเพื่อน เช่น ลอกข้อสอบแล้วโดนอาจารย์จับได้งี้ โดดเรียน หรือขึ้นห้องปกครอง บางคนไม่ชอบเขียนเป็นตัวหนังสือ แต่อยากสื่อออกมากเป็นรูปภาพหรือเป็นผลงานศิลปะมากกว่า เวลาเรารู้สึกเบื่อๆเซ็งๆก็นั่งวาดภาพเล่นใน เพราะ ภาพวาดยังเป็นตัวสำคัญที่ทำให้การเขียนไดอารี่มีสีสันมากขึ้นอีกด้วย นี่เป็นแค่ส่วนหนึ่งของการเขียนเท่านั้น สำหรับบางคนอาจจะชอบแต่งกลอน หรือเขียนคำคมภาษาอังกฤษบ้าง บางคนเขียนบรรยายถึงศิลปินที่ชอบ บางคนเขียนถึงอนาคตและความฝันของตัวเองในวันข้างหน้า บางคนอาจจะเล่าเรื่องปัญหาที่หนักมากในชีวิต ทุกสิ่งล้วนเกิดจากความคิดความรู้สึกของเราในช่วงเวลานั้น รับทำสมุดจดบันทึก ทุกๆช่วงเวลาของชีวิตมันคุ้มค่าเสมอ ถ้าเราอยากจะจดจำมันไว้ ก็เขียนลงในสมุด คนเรามักจะจดจำบทเรียนได้ดีกว่าเมื่อจดโน้ตในห้องเรียน เพราะการเขียนซ้ำย้ำความจะบังคับให้เราสร้างความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเสียก่อน คนเราจึงควรจะ “จด” เรื่องราวเพื่อที่จะได้ “จำ” บทเรียนต่างๆในชีวิตไว้

รับทำสมุดจดบันทึก เพื่อให้เราไม่หลงลืมสิ่งที่เคยได้เรียนรู้เหล่านั้นไปอย่างน่าเสียดายในภายหลัง เขียนรายละเอียดเยอะๆ. นอกจากนี้ยังมีความสำคัญต่อการรักษาช่วงเวลาหลังจากเกิดเหตุการณ์ทันที ความทรงจำเป็นสิ่งที่แปรเปลี่ยนได้และรายละเอียดที่แน่ชัดในเหตุการณ์ก็มักจะจางหายไปตามกาลเวลา เขียนรายละเอียดเหล่านี้ลงไปในไดอารี่ของคุณเพื่อพยายามรักษาแต่ละช่วงเวลาเอาไว้ นึกถึงอดีตก่อนเริ่มลงมือเขียน คุณอยากให้ตัวเองจำอะไรได้ คุณอยากจะมีความทรงจำเกี่ยวกับเสียงหัวเราะของคุณยายดีกว่านี้ไหม คุณหวังอยากให้ตัวเองใช้เวลาสร้างความทรงจำเกี่ยวกับกลิ่นห้องนอนวัยเด็กเช้าวันตรุษจีนตอนที่แม่กำลังทำขนมเข่งให้ดีกว่านี้หรือเปล่า ใช้ความปรารถนานี้เป็นแนวทางในการเขียน รับทำสมุดจดบันทึก  บันทึกช่วงเวลาที่มีค่าที่คุณอยากจะเก็บไว้นึกถึงคราวหลังอย่างละเอียด เขียนอย่างสม่ำเสมอ หลายคนพยายามหาเวลาเขียนในแต่ละวัน ถ้าคุณสนใจอยากจะเขียนอยู่เรื่อยๆ ให้ลองกำหนดเวลาเขียน เวลาเดิมทุกวัน วิธีนี้จะทำให้การเขียนกลายเป็นส่วนหนึ่งของตารางเวลาเช่นเดียวกับการแปรงฟันหรือการอาบน้ำตอนเช้า ทุกอย่างเริ่มต้นที่ก้าวแรก การเขียน สิ่งที่ไม่ดีก็ไม่ควรที่จะทำอีก  แล้วสังเกตสิ่งที่เกดขึ้นกับตัวเรา จดบันทึกสิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำลงในสมุดบันทึก อาจเป็นก้าวแรกเล็กๆของการเริ่มต้นดูแลสุขภาพ แค่หาสมุดสักเล่ม ปากกาสักด้าม แล้วเริ่มลงมือจรดปากกา รับทำสมุดจดบันทึก ขอให้ปีหน้าเป็นปีแห่งสุขภาพดีของคุณผู้อ่านทุกคน เป็นการเริ่มการฝึกเขียนที่ดีและง่ายที่สุดสำหรับคนเริ่มเขียน เพราะการเขียนบันทึกหรือไดอารี่นั้นไม่มีกฏเกณฑ์ตายตัว ขึ้นอยู่กับตัวผู้เขียนมากกว่าว่าอยากจะเขียนอะไรออกไป แต่ขอเพียงว่าสิ่งที่เขียนออกมานั้นจะต้องเขียนออกมาจากมุมมองของคุณเท่านั้น บางคนก็แบ่งเรื่องที่เขียนด้วยลายเซ็น ถ้าคุณชอบเซ็นลายเซ็นทิ้งไว้ ก็เอาเลย แต่ก็อาจจะมีปัญหาเรื่องความเป็นส่วนตัว เพราะถ้าสมุดไดอารี่ของคุณเกิดหายขึ้นมา ข้อความที่อยู่ในนั้นก็จะเชื่อมโยงกับคุณ ยิ่งถ้าคุณบันทึกความคิดส่วนตัวลงไป รับทำสมุดจดบันทึก คุณก็คงไม่อยากให้มันโยงเข้าหาตัวคุณเท่าไหร่ เพราะฉะนั้นอาจจะใส่แค่อักษรตัวแรกของชื่อก็พอ นอกจากนั้นพฤติกรรมการจดบันทึกของหัวหน้า หากทำสม่ำเสมอ ย่อมส่งผลให้ลูกทีมตื่นตัว ขนาดพี่ยังจด และ(คง)จำได้ ให้ความสำคัญ แล้วฉันไม่จดไปบ้างได้อย่างไร การฟังแล้วกลั่นให้เป็นข้อความสั้นๆ เพื่อจดบันทึก ต้องใช้สมองกลั่นกรองประเด็น เห็นความโยงใย ความเข้าใจย่อมตามมา หากต่างตั้งใจจดประเด็นของสิ่งที่มีการนำเสนอ เขาจะไม่เบลอ ไม่ใจลอย หรือไม่คอยแอบจ้องแต่นาฬิกา ว่าเมื่อไหร่จะเลิกเสียที เหมือนพี่ข้างๆ ไม่ต้องกังวลเรื่องคุณภาพของงานเขียน เป็นพื้นที่ปลอดภัยที่คุณจะได้ระบายและบอกเล่าสิ่งต่างๆ โดยไม่มีความกดดันจากการตัดสินของคนภายนอก

ความท้าทายกับการท่องเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง….!!!

ญี่ปุ่น สุดยอดประเทศในฝันของนักท่องเที่ยว แหล่งรวมการท่องเที่ยวทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลกเช่น ภูเขาไฟฟูจิภูเขาไฟที่สวยที่สุด เทศกาลหิมะสุดอเมซิ่งที่ซัปโปโร ฟาร์มดอกไม้แสนสวยที่ฟูระโนะหรือ เกาะแก่งต่างๆซึ่งล้วนแล้วแต่มีทรัพยากรธรรมชาติที่แปลกตาและงดงาม นอกจากนั้นยังมีสถานที่เก่าแก่ทางประวัติศาสตร์ วัดวาอารามและพระราชวังโบราณซึ่งได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดีทั้งยังเป็นสวรรค์ของนักชิม อาหารหลากหลายเมนูล้วนแล้วแต่เลิศรส อีกอย่างที่ถูกใจนักช๊อปก็คือ ที่นี่เป็นแหล่งรวมสินค้าราคาถูกคุณภาพดี ไม่ว่าจะเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้า เสื้อผ้า เครื่องสำอาง ของเล่น ขนมของฝากอร่อยๆ

การเดินทางท่องเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเองปัจจุบันนี้ง่ายมากๆ กับฟรีข้อมูลที่ช่วยให้คุณรู้ข้อมูลของเมืองต่างๆในญี่ปุ่นเพื่อที่จะวางแผนการเที่ยวได้อย่างถูกต้อง สิ่งที่เราจะต้องทำคือ วางแผนก่อนว่า เราจะไปกี่วัน ไปเที่ยวไหน ตั้งงบประมาณไว้เท่าไหร่ รายจ่ายหลักๆก็คือค่าตั๋วเครื่องบิน นอกจากนั้นก็เป็นค่าที่พักต่อคืนประมาณ 700 บาท (2,000 เยน) เป็นอย่างต่ำ ค่าอาหารประมาณ 200-350 บาท (600-1,000 เยน) ต่อมื้อ และค่ารถไฟภายในเมืองแบบตั๋ววัน ประมาณ 200-350 บาท (ประมาณ 600-1,000 เยน) แนะนำว่าคุณควร หาข้อมูลเกี่ยวกับญี่ปุ่นให้มากที่สุดและก็อย่าลืมแลกเงินเยน นอกจากนั้นก็เป็นการเตรียมอุปกรณ์การเดินทาง และเครื่องใช้ส่วนตัว กระเป๋า เครื่องแต่งกาย โทรศัพท์ เครื่องมือสื่อสาร กล้องถ่ายรูป สำหรับคนที่ต้องการใช้เน็ต Wifi ให้เช่าบริการ Pocket Wifi จะประหยัดที่สุด และใช้งานได้พร้อมกัน ตั้งแต่ 5-10 คน ต่อ 1 เครื่อง อีกวิธีที่ประหยัดงบในการเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง ได้มากเลยก็คือพกอาหารจากเมืองไทยไปด้วย เช่นบะหมี่สำเร็จรูปหรืออาหารซองทั้งหลายซึ่งช่วยได้มากในมื้อที่เบื่ออาหารญี่ปุ่นแถมประหยัดแบบสุดๆเหลือเงินไว้ชอปปิ้งได้เยอะเลย ที่สำคัญอีกอย่างก็คือ ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีภัยทางธรรมชาติค่อนข้างรุนแรงอย่าง พายุไต้ฝุ่นหรือสึนามิ ดังนั้นควรเช็คสภาพอากาศที่ญี่ปุ่นก่อนเดินทางเพื่อความปลอดภัยของตัวเราเองนะครับ

วันนี้เราจะมาแนะนำ 10 อันดับสถานที่เที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง ที่เราต้องไปเยือนสักครั้ง

  1. พระราชวังอิมพีเรียล แต่เดิมมีชื่อว่า พระราชวังเอะโดะ อีก หนึ่งสถานท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งในประวัติศาสตร์ ตั้งอยู่ที่เมืองโตเกียว เพราะเป็นสถานที่ประทับของสมเด็จพระจักรพรรดิแห่งราชวงศ์เมจิ แห่งประเทศญี่ปุ่น
  2. โตเกียว ทาวเวอร์ หอคอย สื่อสารขนาดใหญ่ที่สวยงามมาก ตั้งอยู่ในเขตมินะโตะ กรุงโตเกียว เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงเพราะใน 1 ปี มีผู้ร่วมเข้าชมถึง 2 ล้าน 5 คน อีกทั้งยังเป็นเหมือนสัญลักษณ์เพื่อแสดงถึงอำนาจและอิทธิพลทางเศรษฐกิจของ โลก เป็นที่ถ่ายทอดสัญญาณโทรทัศน์ วิทยุ ซึ่งที่นี่ได้แรงบันดาลใจมาจากหอคอยสูงในปารีส
  3. หมู่บ้านประวัติศาสตร์ชิราคาวาโกะ (Shirakawako) หมู่บ้านท่ามกลางหุบเขา ตั้งอยู่ในจังหวัดกิฟุ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกแห่งที่ 6 ในประเทศญี่ปุ่น เพราะเป็นหมู่บ้านที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น หลังคามุงด้วยฟางข้าว สร้างขึ้นด้วยมือที่เรียกว่า การสร้างบ้านแบบ กัตโชทสึคุริ (Gassho-zukuri) เป็นบ้านชาวนาโบราณที่มีอายุมากกว่า 250 ปี
  4. ภูเขาฟูจิ เป็นภูเขาที่สูงที่สุดในญี่ปุ่น และอาจกล่าวได้ว่าเป็นภูเขาที่สวยที่สุดในโลก มีความสูงถึง 3,776 เมตร ตั้งอยู่ระหว่างจังหวัดยะมะนะชิและชิซุโอะกะ และสามารถมองเห็นได้จากโตเกียวและโยโกฮาม่าในวันที่ท้องฟ้าปลอดโปร่ง วิธีที่จะได้เห็นภูเขาฟูจิที่ง่ายที่สุด คือ นั่งชมจากรถไฟสายโทไกโดที่วิ่งระหว่างเมืองโตเกียวและโอซาก้า ถ้าไปเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง ห้ามพลาด
  5. ช้อปปิ้งย่านสุดฮิตที่ย่านชินจูกุ ฮาราจูกุ โอไดบะ เมื่อมาเที่ยวที่ญี่ปุ่น อีกสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้ ก็คือ การช้อปปิ้ง ซึ่งที่ญี่ปุ่นก็มีแหล่งช้อปที่หลายหลาย แต่ที่ไม่ควรพลาดเลยสำหรับนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง คือ ย่านชินจุกุ (Shinjuku) แหล่ง ท่องเที่ยวทันสมัยฝั่งตะวันตกของโตเกียว นับเป็นแหล่งช้อปปิ้งและสถานบันเทิงยามค่ำคืนยอดนิยมที่มีชื่อเสียง โดยยามกลางวันสามารถแวะชมสวนสาธารณะชินจุกุเกียวเอ็นที่เงียบสงบ, ย่านชิบุยะ (Shibuya) เป็นศูนย์กลางแฟชั่นและวัฒนธรรมสมัยใหม่ของวัยรุ่น
  6. เมืองโอซาก้า (Osaka) เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดอันดับสามของญี่ปุ่น และเป็นศูนย์รวมทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมสำหรับญี่ปุ่นตะวันตก ตั้งอยู่ที่ปากแม่น้ำโยโดะ มีคลองที่เชื่อมโยงกันไปมาภายใต้ถนนหลายเส้น ซึ่งนั่นเป็นปัจจัยสำคัญที่นำความเจริญก้าวหน้ามาสู่เมือง และที่พลาดไม่ได้สำหรับการเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง คือ ปราสาทโอซาก้า ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นปราสาทที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น สร้างขึ้นในปี 1586 โดย โทโยโทมิ ฮิเดโยชิ ปัจจุบันเป็นป้อมปราการสูงห้าชั้น จำลองแบบจากของเดิม เก็บรักษาศิลปวัตถุโบราณหลายชิ้น
  7. ปราสาทฮิเมะจิ (Himeji Castle) ตั้งอยู่เมืองฮิเมะจิ เป็นปราสาทที่สวยที่สุดอีกแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น ที่ยังคงรักษาไว้เป็นสมบัติของชาติ และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก พร้อมทั้งได้มีการปิดเพื่อทำการปฏิสังขรณ์เป็นเวลา 5 ปี ตั้งแต่ปี 2009-2014 แต่นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมภายในและชมกระบวนการซ่อมแซมได้อย่างใกล้ชิด
  8. วัดโทไดจิ (Todaiji Temple) วัดพุทธที่สำคัญและเก่าแก่ที่สุดของเมืองนารา ได้ชื่อว่าเป็นสิ่งก่อสร้างด้วยไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก อีกทั้งยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกร่วมกับศาลเจ้าและสถานที่สำคัญ ของเมืองนาราอีก 7 แห่ง ภายในวัดมี หอไดบุทสึ (Daibutsuden) หรือ วิหารไม้ที่ได้ชื่อว่าใหญ่ที่สุดในโลก
  9. ฮอกไกโด (Hokkaido) เป็นเกาะใหญ่ที่สุดของ ญี่ปุ่น ถือเป็นสวรรค์ของธรรมชาติ สามารถท่องเที่ยวได้ตลอดปี มีธรรมชาติที่ยังไม่ถูกทำลาย ทั้งภูเขา ที่ราบสูง แม่น้ำ ทะเลสาบ บ่อน้ำพุร้อน และชายฝั่งทะเล มีอากาศหนาวเย็นในฤดูหนาว มีหิมะที่ขาวละเอียดดุจแป้งฝุ่นและสกีรีสอร์ท ที่ดึงดูดนักเล่นสกีจากทั่วโลก ขณะที่ในฤดูใบไม้ผลิ ซากุระจะบานช้ากว่าภูมิภาคอื่นในญี่ปุ่น สามารถชมซากุระได้ในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม ส่วนฤดูร้อนอากาศจะไม่ร้อนเหมือนส่วนอื่น ๆ เพราะมีทุ่งดอกไม้ต่าง ๆ ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง นักเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง ต้องมาเยือนสักครั้ง
  10. เมืองฟุระโนะ ตั้งอยู่ใจกลางฮอกไกโดพอดี เป็นที่รู้จักกันในนามทุ่งดอกไม้ที่มีภูเขาล้อมรอบไว้ ทำให้ที่นี่มีความแตกต่างของอากาศในช่วงฤดูหนาวกับฤดูร้อนราว 30 องศา และที่สำคัญที่นี่มีชื่อเสียงในด้านการท่องเที่ยวทั้งในช่วงฤดูร้อนและฤดู หนาว ในหน้าร้อนจะมีสวนดอกไม้ที่สวยงาม โดยเฉพาะที่ ฟาร์มโทมิตะ ซึ่งมีการปลูกลาเวนเดอร์ที่ทั้งสวยงามและกว้างใหญ่ไพศาล รวมทั้งดอกไม้อื่น ๆ โดยที่นี่จะมีนักท่องเที่ยวมากในช่วงปลายเดือนมิถุนายนจนกระทั่งกลางเดือน กันยายน

กำแพงหิมะสุดยอดความมหัศจรรย์แห่งญี่ปุ่น…!!!

กำแพงหิมะ สุดยอดการท่องเที่ยวของญี่ปุ่นแห่งหนึ่งที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมาสัมผัสกำแพงหิมะ หรือ Snow wallตั้งอยู่ที่จังหวัดโทยาม่า (Toyama) บนเขาทาเทยาม่า (Tateyama) เส้นทางเจแปนแอลป์ (Japan Alps) ทาเตยามะ คุโรเบะ ได้ชื่อว่าเป็น “หลังคาของญี่ปุ่น” สูงจากระดับน้ำทะเล 2,400 เมตร ซึ่งเป็นเส้นทางทะลุผ่านเขาทาเตยามะ ข้ามผ่านจากจังหวัดโทยาม่า (Toyama) ไปจังหวัดนากาโน่ (Nagano) ในช่วงเดือน เม.ย.-มิ.ย. กำแพงหิมะ หรือที่เรียกว่า “ยูคิโนะโอทานิ” จะมีขนาดใหญ่และความสูงที่สุด เรียกได้ว่าสวยที่สุดที่จะมาเที่ยวชมวิว พอคล้อยหลังเดือน มิ.ย. กำแพงหิมะจะลดระดับความสูงลงเรื่อย ๆ ความสวยความอลังก็จะลดลง ระหว่างทางเราก็จะเห็นรถกวาดหิมะเพื่อเปิดทางสัญจร และกลายเป็นกำแพงหิมะสูงตระง่าน เทือกเขาแอลป์เจแปนตอนเหนือกินอาณาเขตแผ่กว้างในจังหวัดโทยาม่ากับจังหวัดนากาโน่ เส้นทางกำแพงหิมะเป็นช่วงระหว่างสองจังหวัดนี้

กำแพงหิมะ Tateyama Kurobe Alpine

เส้นทางกำแพงหิมะ Tateyama Kurobe Alpine 立山黒部アルペンルート ที่เชื่อมต่อระหว่างจังหวัด Toyama และ Nagano เข้าด้วยกันเป็นระยะทางกว่า 90 กิโลเมตร เปิดให้เข้าชมแล้วตั้งแต่วันที่ กลางเมษายนที่ผ่านมา  หลังจากที่ทำการเคลียร์หิมะในพื้นที่ตั้งแต่ช่วงต้นปี โดยเส้นทางนี้จะเปิดให้เข้าชมยาวไปจนถึงฤดูใบไม้ร่วง ประมาณปลายเดือน พฤศจิกายน ส่วนกำแพงหิมะ Yuki no Otani  雪の大谷 สามารถเข้าชมได้ตั้งแต่เดือน มิถุนายน เป็นต้นไป ที่ Murodo บนความสูง 2,450 เมตรจากน้ำทะเล สามารถชมกำแพงหิมะที่มีความสูงถึง 15 เมตรได้ตลอดแนวเส้นทางทั้งสองฝั่ง

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า การได้เก็บภาพถ่ายกำแพงหิมะ บนภูเขาทาเทยามะใจกลางเกาะฮอนชูที่เปรียบดังเป็นหลังคาของญี่ปุ่น คือความฝันของช่างภาพทั้งมืออาชีพและมือสมัครเล่นหลายๆ คน แต่เอาเข้าจริงเส้นทางท่องเที่ยวทาเทยามะไม่ได้มีไฮไลท์เป็นกำแพงหิมะเท่านั้น

เพราะตลอดเส้นทางซึ่งลากจากจังหวัดทาโยม่าไปถึงจังหวัดนากาโน่ (หรือนากาโน่ไปทาโยม่าก็ได้ ขึ้นอยู่กับว่าจะขึ้นจากฝั่งไหน) อันมีชื่อเรียกเป็นทางการว่า “เส้นทางแอลป์ทาเทยามะคุโรเบะ” (Tateyama Kurobe Alpine Route) มีจุดแวะพักให้นักเดินทางได้ชื่นชมความมหัศจรรย์ทั้งที่เป็นการรังสรรค์แห่งธรรมชาติ และที่มาจากฝีมือมนุษย์อยู่มากมายหลายจุดเลยทีเดียว

เริ่มจากสถานีทาเทยามะที่นักท่องเที่ยวสามารถแวะชม “น้ำตกโชเมียว” ที่ละลายจากหิมะในฤดูใบไม้ผลิ ต้นสนหญิงงาม “บิโจสุงิ” ที่มีตำนานย้อนไปกว่าพันปี “ทุ่งมิดางะฮาระ” ที่นักเดินทางที่มีเวลามักใช้เป็นเส้นทางเดินป่าเพราะมีธรรมชาติแสนงดงาม

และเมื่อถึงสถานีมุโรโด ก็จะมีจุดชมวิวปล่องภูเขาไฟทาเทยามะตรงความสูง 2,500 เมตรซึ่งมี “บึงมิกุริกะ” สะท้อนภาพยอดเขาอันสวยงาม และเป็นบึงที่คนในสมัยก่อนจะตักมาตักน้ำเพื่อนำไปปรุงอาหารถวายเทพเจ้า

เพราะชาวญี่ปุ่นเชื่อว่าทาเทยามะคือหนี่งในสามภูเขาไฟศักดิ์สิทธิ์ที่มีเทพเจ้าสถิตย์คอยอารักษ์อยู่ (อีกสองแห่งคือภูเขาไฟฟูจิและชิรายามะ) ดังนั้นที่นี่จึงเป็นเส้นทางที่ผู้แสวงบุญจำนวนมากมาเยือนในแต่ละปี (ส่วนบริเวณเชิงเขาซึ่งมีน้ำพุร้อนพุ่งขึ้นจากหุบเขาจิโกกุดะซึ่งมีกลิ่นกำมะถันรุนแรงนั้น ก็คือพื้นที่ที่เชื่อกันว่าเป็น “นรก” ที่เมื่อใครก็ตามได้ผ่านแล้วก็จะต้องไปให้ถึงยอดเขาทาเทยามะอันเป็นสวรรค์ด้วย)

นอกจากบึงมิกุริกะ สถานีมุโรโดซึ่งถือเป็นสถานีรถไฟที่อยู่สูงที่สุดในญี่ปุ่นนี้ก็ยังเป็นจุดชม “ยุคิโนะโอทานิ” หรือกำแพงหิมะอันเป็นไฮไลท์ของเรา

ที่เป็นไฮไลท์ก็เพราะทาเทยามะนี้เป็นภูเขาที่มีหิมะตกมากเป็นอันดับหนึ่งของโลก โดยมีความสูงของหิมะที่ทับถมเฉลี่ย 7 เมตร (และอาจสูงถึง 20 เมตรในปีที่หิมะตกหนัก) โดยนักเดินทางสามารถเดินผ่านกำแพงหิมะที่ขุดเป็นทางยาวเกือบครึ่งกิโลเมตรหลังเปิดเส้นทางในช่วงเดือนเมษายนของแต่ละปี (ส่วนมากจะเริ่มเปิดตอนปลายเดือน สามารถเช็กเวลาที่แน่นอนตามประกาศเป็นปีๆ ไป)

ส่วนใครที่กังวลเรื่องสภาพอากาศในการท่องเที่ยวชมกำแพงหิมะ ต้องเตรียมเสื้อกันหนาว ถุงเท้า ถุงมือ หมวกที่คลุมหูได้ รองเท้าที่สำหรับไต่เขา ช่วยกันลื่นเวลาเดินบนน้ำแข็งหรือหิมะ และที่สำคัญ ทาครีมกันแดด และแว่นกันแดดติดตัวตลอดเวลา โดยอุณหภูมิในช่วงเดือนเมษายนจะอยู่ที่ 1-2 องศา และจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ไปจนถึง 12 องศาในเดือนมิถุนายน ก่อนเดินทางไปชมกำแพงหิมะ ก็ต้องเตรียมเครื่องแต่งกายและอุปกรณ์กันหนาวให้พร้อม ขอย้ำเรื่องรองเท้าอีกครั้ง ว่าต้องเลือกแบบเดินบนหิมะและกันลื่นได้ safety first ขอให้ เที่ยวอย่างปลอดภัยจ้า

รู้เท่าทันบัตรเครดิตและสินเชื่อ

ปัจจุบันมนุษย์เงินเดือนแทบทุกคนล้วนต้องมีบัตรเครดิตกันคนละใบ    เป็นอย่างต่ำ  บางคนไม่อยากมีแต่สุดท้ายก็หลีกหนีไม่ได้ อาจเพราะเพื่อนหรือญาติพี่น้องของเราเป็นพนักงานขาย บัตรเครดิตและสินเชื่อ ดังนั้นอย่างน้อยๆก็ต้องช่วยกันทำคนละใบ  แม้ว่าญาติหรือเพื่อนของเราอาจจะไม่ได้อยู่ในตำแหน่งพนักงานขาย บัตรเครดิตและสินเชื่อ  แต่พนักงานธนาคารทุกคนล้วนต้องทำผลงานขายบัตรเครดิตและสินเชื่อกันทั้งสิ้น  ดังนั้นบัตรเครดิตจึงเป็นสิ่งที่เราหลีกเลี่ยงได้ยาก  แต่หากเราศึกษาและเข้าใจบัตรเครดิตและสินเชื่อเป็นอย่างดีก็ไม่จำเป็นต้องหลีกเลี่ยง สามารถช่วยพนักงานขาย บัตรเครดิตและสินเชื่อสมัครได้อย่างสบายใจ  อีกทั้งถ้าหากเข้าใจและมีวินัยจริงๆ  เราจะได้ประโยชน์จากบัตรเครดิตและสินเชื่อด้วยซ้ำ

โดยมากแล้วพนักงานขาย บัตรเครดิตและสินเชื่อ จะแนะนำสินเชื่อกันอยู่สองแบบ คือ สินเชื่อบุคคล กับสินเชื่อบัตรเครดิต ซึ่งพนักงานขาย บัตรเครดิตและสินเชื่อ มักจะโน้มน้าวให้คุณสมัครทั้งสองอย่าง อีกทั้งการยื่นเอกสารการสมัครก็ทำกันง่ายมาก คุณเตรียมแค่สำเนาบัตรประชาชนกับสลิปเงินเดือนย้อนหลัง และเซ็นชื่อลงในเอกสารการสมัคร แค่นั้นเอง ต่อจากนั้นก็จะเป็นหน้าที่ของพนักงานขาย บัตรเครดิตและสินเชื่อไปดำเนินการต่อ ดังนั้นคุณควรรู้ว่ามันต่างกันอย่างไร บางคนเลือกทำแค่อย่างใดอย่างหนึ่ง บางคนทำทั้งสองแบบ บางครั้งเราจะได้ยินคำถามว่าจะเป็นหนี้สินเชื่อส่วนบุคคลหรือเป็นหนี้บัตรเครดิตดี ที่จริงก็ไม่ดีทั้งคู่ หากเป็นหนี้เพราะกิเลสไม่ใช่เพราะความจำเป็น ทั้งสินเชื่อส่วนบุคคลและบัตรเครดิตต่างก็เป็นสินเชื่อที่ไม่ต้องการหลักทรัพย์ค้ำประกัน ทางธนาคารถือว่ามีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นหนี้เสีย อัตราดอกเบี้ยจึงสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ซื้อบ้านที่มีบ้านเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน

 สินเชื่อทั้งสองชนิดนี้ต่างกันอย่างไร

จริงๆแล้วก่อนที่คุณจะตัดสินใจสมัคร พนักงานขาย บัตรเครดิตและสินเชื่อ จะอธิบายให้คุณฟังก่อนว่าแต่ละแบบต่างกันอย่างไรมีเงื่อนไขอะไรบ้าง ทั้งนี้หากเราศึกษาไว้ก่อนคร่าวๆ ก็จะเป็นผลดีกว่า

ถ้าวันหนึ่งเรามีความต้องการที่จะขอสินเชื่อทั้งสองแบบนี้ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม การหันไปหาบัตรเครดิตหรือสินเชื่อบุคคลมันก็เป็นตัวเลือกหนึ่งที่เรามองหา แต่ละแบบนั้นต่างก็มีจุดดีต่างกันไปตามภาวะการเงินของเรานั่นเอง

ถ้าเป็นสินเชื่อส่วนบุคคลก็จะเป็นสินเชื่อที่กำหนดระยะเวลากู้แน่นอน อัตราดอกเบี้ยคงตัวและการชำระเงินรายเดือนเท่าๆกัน การกู้นี้อาจจะได้เป็นเงินสดหรือไม่ก็ได้ หรือเป็นสิ่งของที่เราจำเป็นต้องใช้โดยตรงก็ได้ เช่น การซื้อสินค้าด้วยบัตรผ่อนสินค้า อัตราดอกเบี้ยสูง แต่ถ้าเป็นพวกสินเชื่อบัตรเครดิตเขาจะให้วงเงินใช้จ่ายผ่านบัตรไม่ใช่เงินสดที่เข้าบัญชี แต่บางทีใช้กดออกมาเป็นเงินสดได้ แต่ค่าธรรมเนียมการกดสูงมาก เป็นบัตรที่แสดงว่าผู้ได้รับบัตรนี้เป็นผู้ที่ธนาคารให้ความเชื่อถือด้านฐานะทางการเงิน ซึ่งจริงๆแล้วมันอาจเป็นเหตุผลทางการตลาดเสียมากกว่า โดยจะกำหนดวงเงินสินเชื่อสูงสุดที่เราสามารถใช้ได้ ส่วนจะได้วงเงินมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับรายได้ของเรา รวมทั้งการจ่ายเงินคืนในแต่ละเดือนจ่ายเต็มหรือจ่ายเพียงขั้นต่ำ เหมือนกับธนาคารเอาเงินออกมาให้เราใช้ จากนั้นก็หาเงินมาใส่คืน เหมือนเงินหมุนเวียนเข้าออก แต่ถ้าชำระคืนน้อยหรือไม่ครบ ก็ถูกเรียกเก็บดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นในภายหลัง

การที่เราจะเลือกว่าเวลาใดเราจะเลือกใช้สินเชื่อบุคคลเวลาใดเราจะใช้บัตรเครดิต เราต้องพิจารณาจากเหตุการณ์ที่ว่าเรานั้นมีค่าใช้จ่ายที่จำเป็นนี้เพียงครั้งเดียวหรือนานๆครั้ง แบบนี้เราควรเลือกสินเชื่อบุคคลจะได้เปรียบกว่าการเป็นหนี้บัตรบัตรเครดิต ถึงแม้ว่าอัตราดอกเบี้ยจะสูงกว่าก็ตาม คือเราจะกำหนดจำนวนเงินการชำระเงินรายเดือนและระยะเวลาชำระคืนเงินได้ จะทำให้เราเห็นอนาคตข้างหน้าได้ว่าเราจะหมดหนี้ตอนไหน แต่ถ้าเป็นการชำระขั้นต่ำกับบัตรเครดิตนั้นอาจจะทำให้เราติดอยู่กับหนี้ที่วนเวียนกลับไปกลับมา หากำหนดเวลาที่จะหมดหนี้สินนี้ได้ยาก เพราะบัตรเครดิตชำระแล้วก็ดึงออกมาใช้ได้อีก กลับกลายเป็นหนี้ซ้ำเดิม แต่สินเชื่อบุคคลจะบังคับให้เราชำระหนี้เพียงอย่างเดียว แต่เราต้องอดทน แต่มันก็จะทำให้เราหมดหนี้ได้ตามเวลาเป็นการบังคับตีกรอบให้เราในตัว

ส่วนการเลือกสินเชื่อบัตรเครดิตก็ต่อเมื่อ เราได้มีการคำนวณแล้วว่ามีค่าใช้จ่ายแต่ละเดือนไม่มาก หรือสามารถจ่ายได้ครบถ้วนในเวลาอันสั้นอยู่แล้วซึ่งมันคือการวางแผนเอาไว้แล้วว่ารายได้ที่คงเหลือจากค่าใช้จ่ายนั้นๆ เหลือพอที่จะจ่ายค่าบัตรเครดิตได้เต็มยอดตามที่ใช้ ถ้าเราสามารถวางแผนได้เช่นนั้นบัตรเครดิตก็จะถือว่าให้ประโยชน์แก่เราอย่างมาก หลายธนาคารมีโปรแกรมแบ่งจ่ายรายเดือนโปรโมชั่นผ่อนดอกเบี้ยต่ำ แต่กรณีการผ่อน 0% ข้อนี้เราต้องศึกษารายละเอียดให้รอบครอบ ว่ามันเป็นการผ่อน 0 % ยังไงมีเงื่อนไขอะไรหรือเปล่า เพราะเดี๋ยวนี้มักมีเกมทางการตลาดเข้ามาเกี่ยวข้องจนเราเองลืมศึกษารายละเอียดให้ดีก่อน

การวางแผนใช้บัตรให้เป็นนั้นมีข้อดีคือนอกจากจะไม่เสียดอกเบี้ยแล้วเรายังจะได้แต้มสะสมสำหรับแลกของรางวัลอีกด้วย อย่างเช่นบรรดาแม่บ้านทีเคยใช้จ่ายตามตลาดสดซึ่งค่าใช้จ่ายพวกนี้ มีบัตรหรือไม่มีก็ต้องจ่ายโดยใช้เงินสดเป็นประจำอยู่แล้ว ก็ลองเปลี่ยนดูโดยการไปใช้จ่ายของเหล่านั้นในซุปเปอร์ มาร์เก็ต ดูบ้าง ข้อสำคัญคือ เราต้องไม่จ่ายด้วยบัตรเครดิตจนเกินวงเงินที่เราเคยจ่ายเงินสด เพราะมันจะเกิดปัญหา ยอดเงินสดไม่พอจ่ายบัตรเต็มจำนวน ทำให้ต้องหันไปจ่ายแบบขั้นต่ำซึ่งมันก็จะเกิดผลทำให้กลายเป็นว่าต้องเสียดอกเบี้ย แต้มสะสมหรือคะแนนสะสมที่ได้มามันก็จะไม่คุ้มกับค่าดอกเบี้ยนั่นเอง

จากข้อดี หรือความต่างของสินเชื่อทั้งสองแบบ ไม่ว่าจะเป็นสินเชื่อบุคคลหรือสินเชื่อบัตรเครดิต จริงๆมันก็คือการเป็นหนี้ ไม่ว่าเราจะเลือกอันไหนก็ตาม เพียงแต่เราต้องเลือกตามความจำเป็นของเรา อย่าไปเลือกใช้ตามความต้องการอยากได้ หรือโปรโมชั่นที่ธนาคารเสนอหรือของแถมตอนสมัครที่ พนักงานขาย บัตรเครดิตและสินเชื่อเสนอให้ ความลำบากหรือปัญหาทางการเงินจะไม่รบกวนคุณได้ในภายหลัง หากไม่จำเป็น ไม่ทำสินเชื่อจะดีที่สุด แต่เมื่อมันจำเป็นก็ควรเลือกประเภทที่ไม่เสี่ยงที่จะจ่ายไม่ไหว สินเชื่อบุคคลหรือสินเชื่อบัตรเครดิตไม่ว่าอันไหนต่างก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย มีเหตุผลหลักเกณฑ์ที่ต่างกันออกไป ให้เลือกสิ่งที่เหมาะกับเราที่สุด เพราะนั่นจะทำให้เกิดประโยชน์ได้มากที่สุด

สร้างทัศนคติที่ดีให้กับ พนักงานขาย(ทางโทรศัพท์)ของคุณ

การใช้พนักงานขาย(ทางโทรศัพท์)เชิงรุก สามารถสร้างได้ทั้งยอดขาย และ สร้างภาพลักษณ์ของสินค้าและองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพมาก  เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ และใช้กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบันและจะใช้กันมากขึ้นในอนาคต

การขายทางโทรศัพท์เชิงรุก (TELE-SALES) ในประเทศไทยมีมาเกือบ 20 ปี แต่เพิ่งมาเป็นที่นิยมแพร่หลายมากขึ้นเมื่อเกือบสิบปีที่ผ่านมา และมาใช้กันอย่างสุดๆ เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา

ปัจจุบันการใช้ พนักงานขาย(ทางโทรศัพท์) แพร่หลายกันไปในเกือบทุกธุรกิจ ดังนั้นลองมาดูกันว่าพนักงานขายแบบใด นอกจากจะไม่ได้ลูกค้าเพิ่มแล้วยังทำให้สูญเสียภาพลักษณ์ของสินค้า-บริการขององค์กร ซึ่งสามารถแบ่งได้ออกเป็น 4 ประเภท ดังนี้
1.ธุรกิจที่มี พนักงานขาย(ทางโทรศัพท์) ที่มีทักษะต่ำกว่ามาตรฐาน สร้างผลเสีย และทำลายลูกค้า วิธีการของ พนักงานขาย(ทางโทรศัพท์) ประเภทนี้คือ มุ่งหวังแต่ขายสินค้าของตนเอง ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าถูกยัดเยียดสินค้าทั้งๆ ที่ไม่ได้ต้องการ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เกิดจาก

1.1 ไม่มีการวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า กลุ่มเป้าหมายก่อนการโทร

1.2 วิธีการและ SCRIPT (บทสนทนา) ที่ใช้บางครั้งไม่เหมาะสม หรือออกแนวบ้านๆ

1.3 ขาดทักษะการขายการโน้มน้าวทางโทรศัพท์ โทรไปก็จ้องแต่จะขายจนทำให้ลูกค้า อึดอัดและไม่อยากได้รับการติดต่ออีก

  1. ธุรกิจที่มี พนักงานขาย(ทางโทรศัพท์) มาตรฐานไม่คงที่ หมายถึง พนักงานขาย(ทางโทรศัพท์)บางคนก็มีทักษะที่ดีในการติดต่อลูกค้า แต่พนักงานบางคนเช่นพนักงานใหม่ ขาดการฝึกฝน การเตรียมแบบมืออาชีพ ก็จะติดต่อลูกค้าโดยไม่มีความพร้อมทั้งทักษะและข้อมูล ผลที่เกิดขึ้นก็คือ ลูกค้ารายใดที่โชคดีก็จะได้รับการติดต่อจากพนักงานขาย(ทางโทรศัพท์) ที่ทักษะพอใช้ได้ แต่ลูกค้ารายใดที่เคราะห์ร้าย ก็จะได้รับการติดต่อจาก พนักงานขาย(ทางโทรศัพท์) มือสมัครเล่น
  2. ธุรกิจที่มีทีม พนักงานขาย(ทางโทรศัพท์) ที่ได้มาตรฐาน แต่ไม่มีทักษะการพัฒนาต่อยอด ให้สอดคล้องรองรับการเปลี่ยนแปลงของโลกภายนอกและการเปลี่ยนแปลงของลูกค้า
  3. ธุรกิจที่มี พนักงานขาย(ทางโทรศัพท์) ที่ไม่หยุดแค่มาตรฐานในปัจจุบัน แต่สร้างมาตรฐานใหม่ๆสำหรับอนาคตอย่างต่อเนื่อง เรียกว่า ทีม พนักงานขาย(ทางโทรศัพท์) ทั้งคนใหม่ และคนเก่าจะถูกพัฒนา เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ ประสบการณ์ที่ดีกับลูกค้าที่ติดต่ออย่างต่อเนื่อง มีการพัฒนาทักษะใหม่ๆ พัฒนาเทคนิคการขายที่ทันสมัย พัฒนา SCRIPT เป็นระยะเพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซาก น่าเบื่อ และเพิ่มประสิทธิภาพของทีมตลอดเวลา

ธุรกิจที่มี พนักงานขาย(ทางโทรศัพท์) 3 แบบแรก ยังพอหาลูกค้าได้ในปัจจุบัน แต่อาจจะขายได้ไม่ดีเหมือนอดีตที่ผ่านมา นั่นก็คือ ยังขายได้แต่ยอดขายไม่ได้มากมายทะลุเป้าเหมือนอดีต เพราะปัจจุบันการแข่งขันสูงทั้งคู่ รวมทั้งพฤติกรรมลูกค้าปัจจุบันและอนาคตมีการเปลี่ยนแปลงมีการพัฒนา เพราะฉะนั้นการใช้ทักษะเดิมๆ วิธีการเดิมๆ ก็คือการย่ำอยู่กับที่เพื่อนับถอยหลัง ใช้แต่ SCRIPT ซ้ำๆ ที่เริ่มไม่ค่อยได้ผลและคู่แข่งรายอื่นๆ ก็ใช้

จาก 4 ประเภทหลักๆ ของทีมพนักงานขาย(ทางโทรศัพท์) เชิงรุก คุณควรตรวจสอบเบื้องต้นว่า พนักงานขาย(ทางโทรศัพท์) ที่บริษัทของคุณ ใกล้เคียงกับประเภทใด  ถ้าใกล้เคียงกับประเภทแรก ซึ่งต่ำกว่ามาตรฐาน ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าตกใจและควรปรับปรุงอย่างเร่งด่วน เพราะถ้ายังปล่อยให้มีทักษะแบบนี้นอกจากจะเสียลูกค้า เสียภาพลักษณ์องค์กรและสินค้าแล้ว ยังเสียค่าใช้จ่ายในการหล่อเลี้ยงทีมงานอีกด้วย   ถ้าทีม พนักงานขาย(ทางโทรศัพท์) ของคุณใกล้เคียงกับประเภทที่สอง ก็ยังอยู่ในโซนอันตรายเหมือนกัน ทางเลือกก็คือ พัฒนา ยกระดับในส่วนที่ยังไม่ได้มาตรฐานเพื่อไม่ให้เกิดผลเสียในภาพรวม

ถ้าทีม พนักงานขาย(ทางโทรศัพท์) ของท่านใกล้เคียงกับประเภทที่สาม ก็ไม่ควร ยินดี ชื่นชมกับความสำเร็จเก่าๆ เพราะโลกหมุนเวียนเปลี่ยนไปทุกวัน วิธีการเดิมเทคนิคเดิมที่เคยได้ผลอาจจะไม่ได้ผลในเร็วๆ นี้ ซึ่งผลสะท้อนจากยอดขายและความพึงพอใจของลูกค้าที่ได้รับการติดต่อจะเป็นตัวสะท้อนว่าถึงเวลาที่จะยกระดับหรือไม่ ยกระดับเพื่อให้เป็น พนักงานขาย(ทางโทรศัพท์) ประเภทที่สี่ ซึ่งมีน้อยมากในปัจจุบัน

คุณสมบัติของพนักงานขาย(ทางโทรศัพท์) ที่ดีในเบื้องต้นที่ควรปลูกฝังแก่ทีม

  1. พนักงานขาย(ทางโทรศัพท์) ต้องสนใจความต้องการของลูกค้าเป็นสำคัญ มีนักขายจำนวนมากที่มักจะพยายามพูดสิ่งที่เตรียมไว้ มากกว่าฟังสิ่งที่ลูกค้าต้องการ พนักงานขายที่ดีควรจะเรียนรุ้ที่จะไม่ซักไซ้ หรือ พูดจาซ้ำซาก กับลูกค้ามากจนเกินไป ก็จะทำให้เกิดการสนทนากับสายปลายทางได้อย่างต่อเนื่อง
  2. มีการวางแผนทุกคำพูด เป็นหน้าที่สำคัญของผู้จัดการทีมขายในการฝึกพนักงานขายในทีมของคุณให้วางแผนอย่าพูดเรื่อยเปื่อยไม่มีประสิทธิผล ควรจะวางแผนคำพูดให้เรียบร้อยก่อนจะติดต่อหาลูกค้า
  3. รู้จักลูกค้าตัวเองดีรู้เรื่องเกี่ยวกับลูกค้า ลูกค้าคือบุคคลที่สำคัญที่สุดของพนักงานขาย การจะพิชิตใจลูกค้าได้ พนักงานขายจะต้องรู้ความต้องการของลูกค้า และเข้าใจจิตใจลูกค้า รู้สึกนึกคิดอะไร ชอบหรือไม่ชอบสิ่งใด เพื่อจะได้หาวิธีการตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้
  4. นำเสนอวิธีการแก้ไขปัญหาให้ลูกค้าเมื่อรู้ปัญหาของลูกค้าแล้ว คุณสามารถเสนอทางแก้ไขให้ลูกค้าเองได้เลย  แต่ถ้าลูกค้าไม่พอใจในวิธีการแก้ปัญหาของเรา ก็สามารถขอคำแนะนำจากลูกค้าได้เหมือนกัน และเมื่อลูกค้าตอบกลับมาแล้ว ก็ต้องประเมินดูว่าข้อเสนอของเขานั้นสมเหตุสมผลหรือไม่ และเราสามารถทำให้เขาได้หรือเปล่า ถ้าไม่ได้เราก็ต้องตอบกลับด้วยเหตุผลไป
  5. บอกถึงวัตถุประสงค์ และประโยชน์ให้กระชับลักษณะของลูกค้าส่วนใหญ่มักจะชอบสอบถามข้อมูลแบบละเอียด และชอบต่อรอง ในบางครั้งอาจจะมีความคิดเห็นเกี่ยวกับสินค้าที่นักขายกำลังนำเสนออยู่ พนักงานขาย(ทางโทรศัพท์) ที่ดีไม่ควรโต้แย้งกับลูกค้า แต่ต้องทำความเข้าใจกับความต้องการของลูกค้า เพิ่มความมั่นใจในตัวสินค้าให้กับลูกค้า และนำเสนอประโยชน์ที่ลูกค้าจะได้รับ

การหาพนักงานจากโลกออนไลน์

ด้วยยุคปัจจุบันนั้นเป็นยุคดิจิตอล  เทคโนโลยีด้านข้อมูลและการสื่อสารทำให้คนจำนวนมากสามารถศึกษาและพัฒนาความสามารถตัวเองได้สูงกว่าแต่ก่อน ทำให้ขีดจำกัดด้านการศึกษาและเรียนรู้ไม่ได้ถูกจำกัดอยู่ในห้องเรียน หลายๆ คนที่อาจจะไม่ได้มีปริญญาโดยตรงหรือมีประสบการณ์ด้านการทำงานตรงสายแต่กลับมีความรู้ ความเข้าใจ และทัศนคติที่ไม่แพ้คนที่จบโดยตรงมา ดังนั้นก็ไม่แปลกเลยที่ นอกจากการดู เรซูเม่อย่างเดียวแล้ว  HR จะมีวิธีการหาพนักงานคุณสมบัติเยี่ยมเข้ามาร่วมงานด้วยการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการกรองอีกทางหนึ่ง เช่น Social Media เป็นต้น

ดังนั้นในยุคปัจจุบันนี้ การหาพนักงานจึงเป็นเรื่องที่ท้าทายฝ่ายทรัพยากรบุคคลในการเสาะหาคนที่มีความสามารถโดดเด่น มุ่งมั่น แต่อาจไม่ได้มีประสบการณ์ตรงมาให้กับองค์กรของตัวเอง และหากหาพนักงานที่มีคุณสมบัติเหล่านี้มาได้ พวกเขาก็อาจจะเป็นกำลังหลักที่สำคัญขององค์กรต่อไปในอนาคตเมื่อเป็นแบบนี้แล้ว ลองมาดูกันว่าทั้งฝ่ายบุคคลและตัวพนักงานเองจะใช้ดิจิตอลในการสร้างโอกาสนี้อย่างไรได้บ้าง

มุมมองสำหรับฝ่ายบุคคลในการมองหาพนักงาน

  1. ลองพิจารณาคนจากSocial Profile ของแต่ละคนดู ลองดูว่าเขาโพสต์อะไรใน Facebook / Twitter ของเขา เขาไปแสดงความคิดเห็นเรื่องอะไรบ้าง บางทีคุณอาจจะเจอคนที่ชื่นชอบและหลงใหลบางเรื่องจนกลายเป็นคนที่มีความชำนาญมากๆ บนโลกออนไลน์ก็ได้ ยกตัวอย่างเช่น คนที่คลั่งไคล้มือถือ รู้จักมือถือดีเสียกว่าฝ่ายการตลาดของบริษัทมือถือบางคนเสียอีก เขียนและแชร์ข่าวต่างๆ มากมาย ซึ่งคนพวกนี้จะเป็นเหมือนขุมทรัพย์ด้าน Insight ของตลาดมือถือเลยก็ว่าได้ แต่ที่น่าตกใจคือพวกเขาอาจจะไม่ได้มีประวัติสวยหรู เช่น เรียนจบการตลาดจากมหาวิทยาลัยชื่อดังอะไรเลย
  2. ลองมองหาพนักงานจากแหล่งชุมชนออนไลน์ต่างๆทั้งนี้เพราะการมี Social Media ทำให้เกิดการจับกลุ่มเฉพาะของคนที่มีความชื่นชอบหรือสนใจอะไรบางอย่างเป็นพิเศษ ถ้าลองมองดูว่าใครบ้างที่เป็น Active User หรือขยันแชร์แลกเปลี่ยนความเห็น เราก็จะเห็นคนทำงานสายนั้นๆ ที่น่าสนใจอีกหลายคน แม้ว่าพวกเขาอาจจะยังไม่ได้ทำงานบริษัทใหญ่ๆ แต่ก็มีความสนใจมากเป็นพิเศษ ซึ่งนั่นเป็นพื้นที่ดีในเรื่องการเรียนรู้

มุมมองสำหรับผู้สมัครงาน

  1. อย่าใช้Social Media ในการระบายอารมณ์ คุณต้องไม่ลืมว่าสิ่งที่คุณทำบนโลกออนไลน์คือ Digital Footprint ให้คนอื่นได้ตามเข้ามาเช็คและล่วงรู้ว่าคุณเคยทำอะไรมา มีความคิดความอ่านอย่างไร มีกริยาอย่างไรในการโต้ตอบกับคนอื่นๆ ซึ่งนั่นเป็นคะแนนที่ฝ่ายบุคคลหลายคนให้ความสำคัญเช่นกัน
  2. รู้จักสร้างแบรนด์ของตัวเองนั่นคือรู้จักใช้พื้นที่ส่วนตัว ที่เป็นสาธารณะ นี้ในการแสดงตัวตนที่ดูเป็นมืออาชีพ หรือดูมีทักษะ ความรู้ ความสามารถ เพื่อให้คนอื่นๆ ที่เข้ามาเห็นจะได้รู้จักภาพลักษณ์ดังกล่าวด้วย ลองคิดง่ายๆ ว่าถ้าเข้ามาในหน้า Profile ของคุณมีแต่ข้อความระบายอารมณ์หรือแชร์อะไรที่ไร้สาระ มันก็คงไม่สามารถสร้างคะแนนพิเศษอะไรให้คุณ
  3. รู้จักสร้างDigital Asset / Digital Profile ของคุณ เพราะถ้าคุณไม่อยากให้ Facebook ของคุณจริงจังเกินไป คุณก็อาจจะต้องลองหา Social Media อื่นๆ มาช่วยสร้าง Profile ให้คุณในฝั่งที่เป็น Professional เช่น LinkedIn หรือสร้าง Blog ไว้แชร์เรื่องราวน่าสนใจในงานของคุณเป็นต้น

นอกจากนี้แล้วพนักงานฝ่ายบุคคลยังต้องรู้จักใช้สื่อออนไลน์ได้อย่างคล่องแคล่วเพื่อแบ่งเบาภาระ ในการหาพนักงานที่องค์กรต้องการได้อย่างรวดเร็ว

กลยุทธ์ในการหาพนักงานผ่านสื่อออนไลน์

1. มองหาพนักงานแบบไหน (Job Specification)
กำหนดคุณสมบัติให้มีความชัดเจนและละเอียดเพื่อให้เตรียมการจัดทำสื่อออนไลน์ ในการประชาสัมพันธ์ การประกาศจ้างงานที่ดีควรมีรายละเอียดดังนี้
• ระบุชื่องานและลักษณะงานให้ชัดเจน รวมถึงระบุลักษณะ คุณสมบัติของบุคคลนั้นๆ ที่เราต้องการ ยิ่งเราเห็นภาพชัดเจนว่าต้องการพนักงานแบบไหนอย่างไรจะยิ่งช่วยให้การลงโฆษณาจัดหางานสามารถดึงดูดตัวคนได้ตรงตามที่ต้องการมากขึ้น   รวมทั้งบุคลิกลักษณะ ประสบการณ์ในการทำงานที่ต้องการ
2. สร้างภาพลักษณ์ให้กับองค์กร (Build Your Brands) ด้วยสื่อออนไลน์
เป็นขั้นตอนแรกๆ ที่องค์กรควรให้ความสำคัญอย่างมาก ในการสรรหาพนักงานหรือบุคลากรผ่านสื่อออนไลน์ในขั้นตอนนี้วิธีการไม่ได้แตกต่างจากในอดีต แต่หลายๆ องค์กรลืมที่จะให้ความสำคัญ เพราะอย่าลืมว่าพนักงานที่จะร่วมงานกับองค์กรใดก็ตาม ย่อมพิจารณาองค์กร ในหลายๆ มิติ เช่นกัน ทั้งทางด้านชื่อเสียง ลักษณะขององค์กร Vision Mission ของผู้บริหาร โครงการในอนาคตขององค์กร นโยบายต่างๆ และอีกหลายๆ ที่จะทำให้พนักงานที่จะสมัครงานทราบและเข้าใจ
3. เลือกสื่อออนไลน์ในการประกาศงาน (Select Online Media Channels)
ในแต่ละประเทศจะมี Social Media ที่ได้รับความนิยมกันอย่างแพร่หลาย ถ้าในประเทศไทย Social Media ที่ได้รับความนิยมคือ Facebook นั่นเองและช่องทางอื่นๆ คือ เว็บไซต์ขององค์กร ที่มีในส่วนของการประกาศรับสมัครงาน
4. การเข้าถึงช่องทางบนมือถือ (Mobile Compatibility)
ใน 3-5 ปีที่ผ่านมา มือถือได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันเราเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นช่องทางประชาสัมพันธ์ในการรับประกาศหาพนักงาน เว็บไซต์สมัครงาน ต้องรองรับการใช้งานบนมือถือ หรือที่เรียกว่า mobile-friendly เพื่อให้สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่เป็นพนักงานที่เราต้องการได้ และที่สำคัญ สื่อออนไลน์นั้นต้องมี Mobile Application ไม่ว่าทั้ง IOS และ Android  ให้บริการเพื่อให้สามารถเข้าถึงข้อมูลตำแหน่งงานได้ง่าย สะดวกและรวดเร็วอีกด้วย
ข้อมูลสถิติตามที่มา:2015 Recruiting Trend Global, Linked.com.
5. ความเป็นสังคมออนไลน์ (Social Media)
ปัจจุบันยอดการเข้าถึง Social Media ในไทยนับเป็นตัวเลขที่เพิ่มขึ้นเป็นอย่างมากไม่ว่าจะเป็น Facebook, Instagram หรือ Line เป็นต้น ความเป็นสังคมออนไลน์ (Social Media) จึงสำคัญเป็นอย่างยิ่งในการช่วยสรรหาพนักงานให้กับองค์กรของท่าน เพราะว่าการเป็นสังคมออนไลน์ จะทำให้การประกาศหาพนักงานถูกกระจาย(Viral) และบอกต่อไปเรื่อยๆ เพื่อให้ถึงตัวบุคคล และสามารถรับรู้ข่าวสาร ข้อมูลเกี่ยวกับตำแหน่งงานต่างๆ ได้โดยการ Like, Share, Follow และ Email เป็นต้น
จากข้างต้นจะเห็นได้ว่า คุณสมบัติของสื่อออนไลน์ที่ครบถ้วน จะช่วยให้องค์กรสามารถที่จะหาพนักงานได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งพนักงานทรัพยากรบุคคลยังต้องเป็นคนที่เข้าใจสื่อออนไลน์และใช้ประโยชน์ได้เป็นอย่างดี