ราเมนญี่ปุ่นน่ากิน …!!!

ราเมนกลายเป็นอาหารที่รู้จักอย่างแพร่หลายอย่างเป็นทางการเมื่อสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สองปัญหาการขาดแคลนข้าวเกิดขึ้นช่วงปลายสงคราม เส้นราเมนซึ่งทำมาจากแป้งสาลีจึงกลายเป็นอาหารหลักสำหรับทุกคน เหล่าทหารญี่ปุ่นที่กลับจากการประจำการในประเทศช่วงสงคราม ก็เริ่มใช้ความรู้และรสชาติที่เคยกินในประเทศจีนมาใช้ทำราเมนและเปิดเป็นร้านข้างทาง จึงเป็นที่มาของเอกลักษณ์การกินราเมนที่ว่า ต้องเป็นการกินนอกบ้านตามร้านข้างทางเท่านั้นจึงจะเป็นราเม็งต้นตำรับฉบับเรียบง่ายและแท้จริง

วิธีกินราเมน และวัฒนธรรมการกินราเมนแท้ๆ

คนญี่ปุ่นเชื่อว่า เส้นราเมนที่ยืดยาว ซ่อนความหมายถึงชีวิตที่ยืนยาว และพวกเขาสามารถรับประทานราเมนได้เร็วเพียง 4 นาที ซึ่งถือว่าเร็วกว่าคนอเมริกันถึง 5 เท่า และใช้อาวุธที่เรียกว่า “ตะเกียบ” กับ “ช้อนตักซุป” แทนช้อนส้อมที่เราคิดว่าน่าจะถนัดกว่า และหากจะซดน้ำซุป ก็ยกถ้วยขึ้นมาได้เลย ยิ่งซดดัง พ่อครัวยิ่งฟิน เพราะแปลว่า คุณกำลังออกอาการชมการปรุงเมนูราเมนแสนอร่อยจากเขา และเมื่อจะกินราเมนแบบญี่ปุ่นแท้ๆ คุณจะต้องใช้ตะเกียบ ดึงเส้นขึ้นมาในปริมาณที่พอใน 1 คำ เมื่อคีบเส้นขึ้นมาแล้ว ห้ามกัดเด็ดขาด คนญี่ปุ่นถือว่าเป็นกิริยาที่เสียมารยาท เพราะท่วงท่าการกัดนั้นคุณต้องอ้าปากเห็นฟัน (ซ่อนความหมายแทนชีวิตขาดสะบั้นตามไปด้วย) และห้ามตักเส้นมาพักบนช้อน ให้ใช้วิธีคีบเส้นขึ้นมาเพียงเล็กน้อย และดูดให้หมด ไม่ต้องกลัวเสียลุค อย่างที่บอกว่า ความอร่อยของลูกค้า คือความหมายด้านบวกสำหรับเชฟ

ปัจจุบันนี้ราเมนก็ถือว่าเป็นอาหารเส้นดาวเด่นในประเทศญี่ปุ่น โดยเฉพาะเมื่อปี ค.ศ. 1958  โมโมฟุคุ อันโด ผู้ก่อตั้งนิชชินฟู้ดส์ได้คิดค้นดัดแปลงทำราเมนเป็นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ต่อยอดความนิยมของราเมนให้ไปไกลทั่วทุกพื้นที่ในญี่ปุ่น รวมมาถึงพื้นที่อื่น ๆ ในโลก เช่น ประเทศไทยของเราก็มีคนจำนวนไม่น้อยที่ติดใจในรสชาติบะหมี่ญี่ปุ่น หรือราเมนอยู่เหมือนกันนะ

วัฒนธรรมการกินของแต่ละท้องถิ่นผ่านราเมน โดยเฉพาะ “ราเมนเฉพาะท้องถิ่น” ที่มีอยู่ทั่วทุกท้องถิ่นในญี่ปุ่นที่ไม่เพียงแค่นำเสนอราเมนที่ได้รับความนิยมมาตั้งแต่อดีต แต่ยังคิดค้นราเมนใหม่ๆ ที่ใช้วัตถุดิบเฉพาะแต่ละท้องถิ่น ให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง เพื่อสืบทอดทั้ง “ราเมนเฉพาะท้องถิ่น” และส่งเสริมการท่องเที่ยวท้องถิ่นให้ก้าวไปพร้อมๆ กัน

วันนี้เราได้รวบรวม 4 อันดับร้านราเมน ที่รสเด็ดและดีที่สุดมาเสนอกัน ถ้าหิวแล้วก็ไปลุยกันเลย

  1. ร้านราเมน noodle kitchen miraie เป็นร้านราเมนที่เปิดได้ไม่นาน เพิ่งเปิดเมื่อปี 2014 นี่เองในย่านอาคาบาเนะ โชยุราเมงของทางร้านใช้โชยุที่หมักโดยกรรมวิธีธรรมชาติเป็นเบสน้ำซุป แล้วเติมความเข้มข้นด้วยโชยุที่มีส่วนผสมของซีฟู้ด เส้นราเมนแบบเส้นตรงที่มีให้เลือกทั้งเส้นขนาดกลางและขนาดใหญ่ นอกจากนี้ยังมีเมนูโซบะเอ็นเนื้อ ที่มีเนื้อวากิวตุ๊นโป๊ะหน้า เมื่อคลุกเคล้ากับไข่เอ็นเซ็น จะได้รสหวานอมเผ็ดสุดแสนอร่อยเลย
  2. ร้านราเมน โมเตนาชิ คุโรกิ เป็นร้านที่มีเชฟเป็นผู้ที่เคยทำงานในร้านอาหารญี่ปุ่นและพิถีพิถันในเรื่องน้ำซุปเป็นพิเศษ เขาใช้น้ำซุปจากไก่และปลาที่ปรุงรสด้วยเกลือนานาชนิดสำหรับชิโอะราเมนหรือราเมนรสเกลือ และสำหรับมิโซะราเมนแล้ว เขาจะจัดเตรียมซุปด้วยไก่และกระดูกหมูปรุงรสด้วยสาหร่ายและอัลมอนด์ นอกจากนี้ ทางร้านยังเสิร์ฟเมนูพิเศษที่ใช้วัตถุดิบตามฤดูกาลอีกด้วย เป็นร้านที่คุณสามารถลิ้มรสราเมนที่ปรุงอย่างพิถีพิถันได้ในราคาที่สมเหตุสมผล
  3. ร้านราเมน คงจิกิ โฮโตโตงิซึ ราเมนสูตรที่ไม่เหมือนใครของร้านนี้ทำให้มันเป็นร้านที่ควรไปลองทานดูสักครั้ง ซุปรสอ่อนและเรียบง่ายนี้ใช้ซุปจากหอยตลับเป็นส่วนผสมหลักและแฝงไปด้วยซุปที่ได้จากปลาและกระดูกหมู ราเมนของทางร้านนี้ไม่มีการใส่สารปรุงแต่ง และยังเข้ากันได้ดีกับเส้นที่ทำขึ้นจากแป้งที่บดโดยใช้เครื่องบดที่ทำจากหินอีกด้วย
  4. ร้านราเมน ซึตะ (Japanese Soba Noodles Tsuta) – ราเมนร้านแรกในโลกที่ได้ 1 ดาวมิชลิน ร้านนี้เมนูที่ขายดีที่สุดคือโชยุโซบะซึ่งจุดเด่นที่สุดอยู่ที่น้ำซุปที่ใช้โชยุชนิดพิเศษถึงสามชนิด จากโชโดชิมะ อิบาระกิ และวาคายามะ ที่หมักในถังไม้สนเป็นเวลา 2 ปี  นำมาผสานเข้ากับซุปไก่กับซีฟู้ด เกลือหิน ไวน์แดงและโรสแมรี่ ทำให้ได้น้ำซุปรสชาติกลมกล่อม ซับซ้อน และหรูหราในเวลาเดียวกัน นอกจากนี้ตัวเส้นเองก็ทำขึ้นมาจากส่วนผสมของแป้งถึง 4 ชนิดด้วยกัน หมูชาชูก็ย่างมาได้หอมและชุ่มฉ่ำสุดๆ แล้วยังปิดท้ายด้วยซอสเห็ดทรัฟเฟิล ด้วยความพิถีพิถันขนาดนี้นี่เองที่ทำให้ Tsuta ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก สมศักดิ์ศรีร้านติดดาว Michelin จริงๆ