รู้เท่าทันบัตรเครดิตและสินเชื่อ

ปัจจุบันมนุษย์เงินเดือนแทบทุกคนล้วนต้องมีบัตรเครดิตกันคนละใบ    เป็นอย่างต่ำ  บางคนไม่อยากมีแต่สุดท้ายก็หลีกหนีไม่ได้ อาจเพราะเพื่อนหรือญาติพี่น้องของเราเป็นพนักงานขาย บัตรเครดิตและสินเชื่อ ดังนั้นอย่างน้อยๆก็ต้องช่วยกันทำคนละใบ  แม้ว่าญาติหรือเพื่อนของเราอาจจะไม่ได้อยู่ในตำแหน่งพนักงานขาย บัตรเครดิตและสินเชื่อ  แต่พนักงานธนาคารทุกคนล้วนต้องทำผลงานขายบัตรเครดิตและสินเชื่อกันทั้งสิ้น  ดังนั้นบัตรเครดิตจึงเป็นสิ่งที่เราหลีกเลี่ยงได้ยาก  แต่หากเราศึกษาและเข้าใจบัตรเครดิตและสินเชื่อเป็นอย่างดีก็ไม่จำเป็นต้องหลีกเลี่ยง สามารถช่วยพนักงานขาย บัตรเครดิตและสินเชื่อสมัครได้อย่างสบายใจ  อีกทั้งถ้าหากเข้าใจและมีวินัยจริงๆ  เราจะได้ประโยชน์จากบัตรเครดิตและสินเชื่อด้วยซ้ำ

โดยมากแล้วพนักงานขาย บัตรเครดิตและสินเชื่อ จะแนะนำสินเชื่อกันอยู่สองแบบ คือ สินเชื่อบุคคล กับสินเชื่อบัตรเครดิต ซึ่งพนักงานขาย บัตรเครดิตและสินเชื่อ มักจะโน้มน้าวให้คุณสมัครทั้งสองอย่าง อีกทั้งการยื่นเอกสารการสมัครก็ทำกันง่ายมาก คุณเตรียมแค่สำเนาบัตรประชาชนกับสลิปเงินเดือนย้อนหลัง และเซ็นชื่อลงในเอกสารการสมัคร แค่นั้นเอง ต่อจากนั้นก็จะเป็นหน้าที่ของพนักงานขาย บัตรเครดิตและสินเชื่อไปดำเนินการต่อ ดังนั้นคุณควรรู้ว่ามันต่างกันอย่างไร บางคนเลือกทำแค่อย่างใดอย่างหนึ่ง บางคนทำทั้งสองแบบ บางครั้งเราจะได้ยินคำถามว่าจะเป็นหนี้สินเชื่อส่วนบุคคลหรือเป็นหนี้บัตรเครดิตดี ที่จริงก็ไม่ดีทั้งคู่ หากเป็นหนี้เพราะกิเลสไม่ใช่เพราะความจำเป็น ทั้งสินเชื่อส่วนบุคคลและบัตรเครดิตต่างก็เป็นสินเชื่อที่ไม่ต้องการหลักทรัพย์ค้ำประกัน ทางธนาคารถือว่ามีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นหนี้เสีย อัตราดอกเบี้ยจึงสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ซื้อบ้านที่มีบ้านเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน

 สินเชื่อทั้งสองชนิดนี้ต่างกันอย่างไร

จริงๆแล้วก่อนที่คุณจะตัดสินใจสมัคร พนักงานขาย บัตรเครดิตและสินเชื่อ จะอธิบายให้คุณฟังก่อนว่าแต่ละแบบต่างกันอย่างไรมีเงื่อนไขอะไรบ้าง ทั้งนี้หากเราศึกษาไว้ก่อนคร่าวๆ ก็จะเป็นผลดีกว่า

ถ้าวันหนึ่งเรามีความต้องการที่จะขอสินเชื่อทั้งสองแบบนี้ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม การหันไปหาบัตรเครดิตหรือสินเชื่อบุคคลมันก็เป็นตัวเลือกหนึ่งที่เรามองหา แต่ละแบบนั้นต่างก็มีจุดดีต่างกันไปตามภาวะการเงินของเรานั่นเอง

ถ้าเป็นสินเชื่อส่วนบุคคลก็จะเป็นสินเชื่อที่กำหนดระยะเวลากู้แน่นอน อัตราดอกเบี้ยคงตัวและการชำระเงินรายเดือนเท่าๆกัน การกู้นี้อาจจะได้เป็นเงินสดหรือไม่ก็ได้ หรือเป็นสิ่งของที่เราจำเป็นต้องใช้โดยตรงก็ได้ เช่น การซื้อสินค้าด้วยบัตรผ่อนสินค้า อัตราดอกเบี้ยสูง แต่ถ้าเป็นพวกสินเชื่อบัตรเครดิตเขาจะให้วงเงินใช้จ่ายผ่านบัตรไม่ใช่เงินสดที่เข้าบัญชี แต่บางทีใช้กดออกมาเป็นเงินสดได้ แต่ค่าธรรมเนียมการกดสูงมาก เป็นบัตรที่แสดงว่าผู้ได้รับบัตรนี้เป็นผู้ที่ธนาคารให้ความเชื่อถือด้านฐานะทางการเงิน ซึ่งจริงๆแล้วมันอาจเป็นเหตุผลทางการตลาดเสียมากกว่า โดยจะกำหนดวงเงินสินเชื่อสูงสุดที่เราสามารถใช้ได้ ส่วนจะได้วงเงินมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับรายได้ของเรา รวมทั้งการจ่ายเงินคืนในแต่ละเดือนจ่ายเต็มหรือจ่ายเพียงขั้นต่ำ เหมือนกับธนาคารเอาเงินออกมาให้เราใช้ จากนั้นก็หาเงินมาใส่คืน เหมือนเงินหมุนเวียนเข้าออก แต่ถ้าชำระคืนน้อยหรือไม่ครบ ก็ถูกเรียกเก็บดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นในภายหลัง

การที่เราจะเลือกว่าเวลาใดเราจะเลือกใช้สินเชื่อบุคคลเวลาใดเราจะใช้บัตรเครดิต เราต้องพิจารณาจากเหตุการณ์ที่ว่าเรานั้นมีค่าใช้จ่ายที่จำเป็นนี้เพียงครั้งเดียวหรือนานๆครั้ง แบบนี้เราควรเลือกสินเชื่อบุคคลจะได้เปรียบกว่าการเป็นหนี้บัตรบัตรเครดิต ถึงแม้ว่าอัตราดอกเบี้ยจะสูงกว่าก็ตาม คือเราจะกำหนดจำนวนเงินการชำระเงินรายเดือนและระยะเวลาชำระคืนเงินได้ จะทำให้เราเห็นอนาคตข้างหน้าได้ว่าเราจะหมดหนี้ตอนไหน แต่ถ้าเป็นการชำระขั้นต่ำกับบัตรเครดิตนั้นอาจจะทำให้เราติดอยู่กับหนี้ที่วนเวียนกลับไปกลับมา หากำหนดเวลาที่จะหมดหนี้สินนี้ได้ยาก เพราะบัตรเครดิตชำระแล้วก็ดึงออกมาใช้ได้อีก กลับกลายเป็นหนี้ซ้ำเดิม แต่สินเชื่อบุคคลจะบังคับให้เราชำระหนี้เพียงอย่างเดียว แต่เราต้องอดทน แต่มันก็จะทำให้เราหมดหนี้ได้ตามเวลาเป็นการบังคับตีกรอบให้เราในตัว

ส่วนการเลือกสินเชื่อบัตรเครดิตก็ต่อเมื่อ เราได้มีการคำนวณแล้วว่ามีค่าใช้จ่ายแต่ละเดือนไม่มาก หรือสามารถจ่ายได้ครบถ้วนในเวลาอันสั้นอยู่แล้วซึ่งมันคือการวางแผนเอาไว้แล้วว่ารายได้ที่คงเหลือจากค่าใช้จ่ายนั้นๆ เหลือพอที่จะจ่ายค่าบัตรเครดิตได้เต็มยอดตามที่ใช้ ถ้าเราสามารถวางแผนได้เช่นนั้นบัตรเครดิตก็จะถือว่าให้ประโยชน์แก่เราอย่างมาก หลายธนาคารมีโปรแกรมแบ่งจ่ายรายเดือนโปรโมชั่นผ่อนดอกเบี้ยต่ำ แต่กรณีการผ่อน 0% ข้อนี้เราต้องศึกษารายละเอียดให้รอบครอบ ว่ามันเป็นการผ่อน 0 % ยังไงมีเงื่อนไขอะไรหรือเปล่า เพราะเดี๋ยวนี้มักมีเกมทางการตลาดเข้ามาเกี่ยวข้องจนเราเองลืมศึกษารายละเอียดให้ดีก่อน

การวางแผนใช้บัตรให้เป็นนั้นมีข้อดีคือนอกจากจะไม่เสียดอกเบี้ยแล้วเรายังจะได้แต้มสะสมสำหรับแลกของรางวัลอีกด้วย อย่างเช่นบรรดาแม่บ้านทีเคยใช้จ่ายตามตลาดสดซึ่งค่าใช้จ่ายพวกนี้ มีบัตรหรือไม่มีก็ต้องจ่ายโดยใช้เงินสดเป็นประจำอยู่แล้ว ก็ลองเปลี่ยนดูโดยการไปใช้จ่ายของเหล่านั้นในซุปเปอร์ มาร์เก็ต ดูบ้าง ข้อสำคัญคือ เราต้องไม่จ่ายด้วยบัตรเครดิตจนเกินวงเงินที่เราเคยจ่ายเงินสด เพราะมันจะเกิดปัญหา ยอดเงินสดไม่พอจ่ายบัตรเต็มจำนวน ทำให้ต้องหันไปจ่ายแบบขั้นต่ำซึ่งมันก็จะเกิดผลทำให้กลายเป็นว่าต้องเสียดอกเบี้ย แต้มสะสมหรือคะแนนสะสมที่ได้มามันก็จะไม่คุ้มกับค่าดอกเบี้ยนั่นเอง

จากข้อดี หรือความต่างของสินเชื่อทั้งสองแบบ ไม่ว่าจะเป็นสินเชื่อบุคคลหรือสินเชื่อบัตรเครดิต จริงๆมันก็คือการเป็นหนี้ ไม่ว่าเราจะเลือกอันไหนก็ตาม เพียงแต่เราต้องเลือกตามความจำเป็นของเรา อย่าไปเลือกใช้ตามความต้องการอยากได้ หรือโปรโมชั่นที่ธนาคารเสนอหรือของแถมตอนสมัครที่ พนักงานขาย บัตรเครดิตและสินเชื่อเสนอให้ ความลำบากหรือปัญหาทางการเงินจะไม่รบกวนคุณได้ในภายหลัง หากไม่จำเป็น ไม่ทำสินเชื่อจะดีที่สุด แต่เมื่อมันจำเป็นก็ควรเลือกประเภทที่ไม่เสี่ยงที่จะจ่ายไม่ไหว สินเชื่อบุคคลหรือสินเชื่อบัตรเครดิตไม่ว่าอันไหนต่างก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย มีเหตุผลหลักเกณฑ์ที่ต่างกันออกไป ให้เลือกสิ่งที่เหมาะกับเราที่สุด เพราะนั่นจะทำให้เกิดประโยชน์ได้มากที่สุด