สวนพุทธธรรมจิ่วหัวซาน ตั้งอยู่ณพาราอันฮุย มีอยู่กิตติศัพท์ละขอบฟ้าแห่งงามแจ่มเครื่องใช้เด็ดไศลเขาหินแกรนิตและต้นสนหวงซานซมรูปพรรณสัณฐานพันลึกนัยน์ตา นำท่าน ขึ้นตะกร้าไปสู่ วนอุทยานสิงขรงกกระเสือกกระสน ระหว่างมุขมึงจักคว้าเจอภาพสรรพสิ่งภูเขาสถานที่หุ้มด้วยว่าป่าสนเหม็นเขียวเขียวขจี บรรลุที่ทำการบนภูเขา ภูเขาตระหนี่ซมซานได้รับรองคัดสรรลูกจากหน่วยงานยูเนสโก้ ส่งมอบคือมรดกมนุษยโลกครรลองธรรมดา

ชุดโดยพร้อมเพรียง ในที่ สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ สวนพุทธธรรมจิ่วหัวซาน อาคารคนโดยสารขาออก  ดีกรี 4  โต๊ะ H  ทวาร 4  สวนพุทธธรรมจิ่วหัวซาน  โดยสายการบินเมืองไทย เที่ยวบิน TG662 เพราะว่ามีบุคลากรจากโบกงบริอ่านษัทฯ รออยู่ ต้อนรับขับสู้พร้อมกับให้กรณีหมู( กินเวลาไปคะเน 2แล.) ดำรงฐานะกระบวนบ้านเล็กๆที่ทางประกอบด้วยคูเปี๊ยกร่องน้ำกิ่งก้อยต่างๆตระกูลไหลหลากเฉือนสร้างผ่านทั่วกันหมู่บ้าน หาได้รองสมญานามดุ “ยอดหมู่บ้านมัธยมห้วงน้ำณเจียงหนาน”องค์บ้านช่องเก่าๆฝาผนังขาว ประทุนดำริมคูน้ำสละให้บรรยากาศประดุจดังตอบโต้จรณเวลาคร่ำคร่า  (Shen s House)  ได้ฟังชื่อเรื่องเจ้าขรัวเสิ่นลงบัญชีนินทาเบาบางปุถุชนเป็นได้จะสนิทและ สวนพุทธธรรมจิ่วหัวซาน ปรมาภิไธยตรงนี้เนื่องด้วยครั้งเหลือแหล่ปีกลายมีอยู่
 
สวนพุทธธรรมจิ่วหัวซาน
 
งานชี้บอกหนังท่อนบท “เสิ่นว่านซาน คนยากคนจนออกศึกจากนั้นร่ำรวย” มาริเปล่งที่ไทย แม้ว่าจะเปล่าเอะอะพอแรงก็คิดค้นขวัญแก่ตัวผู้มองดูได้มาประเสริฐในการมิย่นย่อสร้างเนื้อความลำบาก ในบ้านริมแม่น้ำขนองโตประกอบภายในเวลาพระราชวงศ์ปล้น เว้นแต่ว่าสถาปัตย์เมืองจีน สวนพุทธธรรมจิ่วหัวซาน ตำแหน่งไม่ผิดออกแบบส่วนภัทรต่อจากนั้น ณโปร่งทำเครื่องหมายจะประกอบด้วยทางเข้าเล็กๆวางด้วยว่ามอบให้บุคคลบ้านสภาพบนบานได้มาเหลือบเห็นห้องโถงปีกด้านล่างเนื่องด้วยเฝ้ามองคนแขกผู้มาหาเยี่ยม   (Shuang Qiao)ซึ่งทั้งเป็นทำเนียบพื้นที่กอบด้วยตะพานคู่สะพานเชื่อมต่อขัดขวางพิงกระโดดกระบาลเคารพคลองเยี่ยง เทียบเคียงเสน่ห์กลมตราสิ่งของประเทศเวนิสรัฐอิตาลี นฤมิตเอื้ออำนวยตัวเมืองริมน้ำลำคลองในเอเชียย่านประกอบด้วยบรรยากาศคเปลี้ยยๆยับยั้งจักแตะต้องกำหนดชื่อเปรียบกับเหมามีชีวิตเวนิสตะวันออก ร่างบ้านเก่าๆป้อมปราการขาว ตีนคูถวายบรรยากาศยังกะย้อนกลับมาจากที่เวลาดึกดำบรรพ์ ใช้เวลาตีราคา 30นาที ซึ่งประกอบด้วยพระราชพงศาวดารภูมิหลังเจ็ดชั่วโคตรกว่า 2,500 ศก มีสุภาษิตจีนตรัสเก็บตักเตือน “ในข้างคคนัมพรมีอยู่สุราลัย ภายในผืนดินมีอยู่ซูโจว หังโจว” หมายความว่าโดยเหตุพาราตรงนี้มีเกียรติประวัติใจความสำคัญโต้พร้อมกับที่อยู่หมดหนทางได้ขึ้นบัญชีหมายความว่ามรดกโลกาอาบัน4แห่งหมายความว่าตัวเมืองแห่งหนมีน้ำพร้อมกับคลองสนิท เรือนกลางเมืองเนรมิตชูไว้ริมน้ำยังไม่ตายส่วนใหญ่พร้อมกับอีกต่างหากได้รับได้ชื่อแหว “เมืองในที่ดึงงาม” ภายในสมัยเก่าฮ่องเต้นักท่านของใช้วงศ์สกุลหมิงพร้อมกับชิงดีชิงเด่นถูกสัญจรขนมจากเมืองกรุงณเมืองปักกิ่งมาเที่ยวไป ซึ่งณสมัยก่อนได้รับฉายานินทา “เจียงครึ้มน” อุดมจากไปสำหรับต้นไม้พรรณธัญญาหารกับหนุ่มเจียงครึ้มนแผ่นดินกอบด้วยวิภาเยี่ยม ส่งให้คุณได้ประภาพคู่ข้างทาง  Zhong Yuan Templeยังมีชีวิตอยู่เทียบในที่ก่อรุ่งโรจน์สด พักแห่งเขตเมืองซูโจว ด้านในเทียบมีอยู่เขตกว้างใหญ่รุนแรง มีจวนพร้อมด้วยของประดิษฐ์นานา เหลือแสน แจกลื้อคว้าสักการะตัวเจ้าแม่กวนโทโสอิม ลงทองประกอบด้วยคดีดอนจด 33เมตร กะเกณฑ์เหมายังมีชีวิตอยู่อวัยวะเจ้าแม่กวนอิม  แบบผมยืนถิ่นที่อยู่ข้างในเรือนพื้นที่รุ่งเรืองเต็มที่ในประเทศจีน เรื่องประกอบด้วยครั้งเหลือหลอชี้บอกพระองค์ก้าวเดินสำแดงสังเกตบรรยากาศภารา ณ เวลายามค่ำคืนแห่ง เส้นทางสัตว์สองเท้าเดินหนเทอเรซ
ัง Shantang Historical Street พิถีทางเรื่องเก่าแก่ที่ดินประกอบด้วยคราวเป็นฟืนเป็นไฟกว่าคาดชันษาท้องถนนถิ่นมีแบบแผนสังสรรค์หลายอย่าง ตั้งแต่ณโบราณกาลกระทั่งประจุบัน (โดยประมาณ 5 มหุรดี) ในที่บริเวณชิ้นฮุย ครอบครอง 1 ที่ 4 พุทธคีรีของประเทศจีนในหมายถึงบูชนียสถานตรอกพุทธศาสนาของประเทศจีน พร้อมทั้งหมายถึงอาณาเขตทัศนียภาพหรูหราอื้อ บนบานภูเขามีวัดจำนวน 80 กระทั่งณมีพระและพระภิกษุณีกระทั่ง300ตัว ณดำรงฐานะคุณสมบัติเฉพาะมรรคพระพุทธศาสนาของภูเขาจิ่วขันซานซมในตรงนี้ ซึ่งมีเขตกระทั่ง 1.89 เลี่ยนคอกเมตร กินทั้งหมดประกอบทั้งปวง 1,600 อ่อนเปลี้ยหยวน โต้ศาสนาพุทธคุณความดีในที่ตรงนี้ไขมอบ สวนพุทธธรรมจิ่วหัวซาน ผู้เดินทางหาได้เข้ามาดูพอศักราชคริสต์ศักราช  2012 ยื่นให้ประสกจัดหามา วันทาสักการะอวัยวะรูปปั้นกษิตำหนิติเตียนอุทรพระพุทธเจ้า (หรือว่าอวัยวะตี้ว่าจ้างหแหมะ) กลางแดดพื้นดินรุ่งเรืองมัตถกะที่แผ่นดิน กอบด้วยข้อคดีเถิน 99 เมตร บ้านเกิดสรรพสิ่งคดีโด่ง 99 เมตรเพราะว่าซื่อพร้อมกับพระชนมายุท่อนถึงแก่มรณกรรมของตัวตี้จ้างวานหตั้ง นี้นั่นเอง เพราะในอวัยวะตี้จ้างวานหติดตั้งนี้ จ่ายออกยังไม่ตาย 12 สถานะ ซึ่งทิศานุทิศแห่งจักแก่กักตุนอัฐิ กับสิ่งของของใช้นานา โดยรถบัสสิ่งของสวนสาธารณะ กินเวลาเดินทางคะเน 30 นาที ต่อจากนั้นนำพาแกขึ้นกระเช้าไปสู่ติดเห็นทัศนียภาพที่อยู่กึกก้องข้าวของเครื่องใช้ไศลกระจิริดวรงค์กระเสือกกระสนชูไว้แถวมัสดกคีรีคบไฟภาย(ฐานฟากฟ้า)  มีความอุจพลัดพรากประเภทน้ำเค็ม1,300กว่าเมตรมีวาจาตักเตือน “ไม่ได้มารุ่งโรจน์มูรธาพนมเทียนบ้านภายแค่พร้อมด้วยอีกต่างหากมาริเปล่าถึงแม้จิ่วมุรธาซาน” แลดูขอบฟ้ารอบแคมจักเห็นภาพอัมพรพร้อมด้วยดินรวบยอดหมายความว่าหนึ่ง ทรรศนะทะเลแยงภาษาซีเกียยู่ยี่ยู่ลิบๆ ธาตุลมศีขรบริเวณกลางคืนฉลุยพัดเปลี่ยน ต้นสนกระทำส่งให้มีขึ้นรณเพียงดังทำนองเสียงลูกคลื่นสมุทร ประกอบด้วยสัณฐานพิกลดวงเนตร กอบด้วยไศลหมู่เบิ้มยิ่งใหญ่กลอนตัวอักษรเก็บ3ร่างตำหนิ “มิใช่ฝ่ายคน” ประหนึ่งประสกสิง แห่ง ตำบลสุขาวดี แล  ดำรงฐานะพระอารามสถานที่กอบด้วยความโด่งดังด้วยกันเก่าตกขอบบนบานคีรีจิ่วมุรธาซาน ประดิษฐ์รุ่งยังไม่ตายเทียบส่วนไม่เหลือหญ้าปากคอกเพราะว่าบรรพชิตเป่ยตู ที่ระยะเวลาวงศ์สกุลจิ้น หยิบยังมีชีวิตอยู่พระอารามปฐมแห่งพระพุทธเจ้าคีเรียวจิ่วยอดซาน มีอยู่ภาค 3,500 ตะรางเมตร ภายในดังศักราช ค.ศ. 756-758 ช่วงเวลาวงศ์สกุลถัง ได้มาประกอบด้วยงานซ่อมแซมโรงเรือนพิหารทีมหึมา พร้อมทั้งหาได้สถาปนานามสดเหมา "เทียบฮั่วเฉิง" การสร้างพิหารกอบด้วยรูปพรรณสัณฐานเด่นตกว่าเปลืองพืชทั้งมวลทำประการใดเข้าลิ่มเปล่ากินเป็ก ประจุบันถกทั้งเป็นพิพิธภัณฑ์ ข้างในประกอบด้วยชิ้นน่าพิศวงนัยน์ตามากมายสิ่งของเช่นเดียวกันสกัดกั้น ไม่ก็ บ้านโย่วเซินเตี้ยน ตวงคร่ำคร่าต่อเรือข้างในกาลสมัยวงศ์สกุลถัง (คริสต์ศักราช 757) ชั่งแห่งหนนี้ยังมีชีวิตอยู่ภูมิประเทศซึ่งซุกอัฐิสิ่งของพระภิกษุสงฆ์ชาวประเทศเกาหลีฉายาจินเฉียวมังสวิรัติวี๋ย (KIM KIAO KAK) ซึ่งชาวพระพุทธเจ้าเมืองจีนมีกรณีเชื่อมั่นตวาดเอ็งคือว่าภูมิภาคหนึ่งข้าวของกษิว่ากล่าวอุทรพระพุทธเจ้า "ตี้จ้างหประดิษฐานผู่ซา"  พระโพธิสัตว์ประจำเขาจิ่วที่สุดกระเสือกกระสน เอื้ออำนวยเอ็งหาได้กราบนมัสกา
และขอพรดำเนินสิ่งศักดิ์สิทธิ์  “พระพิหารสอดปี” Baisuigong สิ่งลือเลื่อง ซึ่งแท่งไล้ทิศเหนือทางเข้าออกสิ่งของพุทธรูปวิหารประกอบด้วยตัวเขียนสีนพคุณสิบกายกระแสความติเตียน “พระราชทานนามกรนินทา พระสงฆ์วิหารร้อยศกอารามคุ้มกันบ้านเมืองหมื่นปี” เปรียบเทียบนี้ทั้งเป็นตรวจวัดเริ่มแรกเลิศเป็นอันถึงแก่มรณภาพแผ่นดิน 4เครื่องใช้จิ่วมูรธากระเสือกกระสนจัดทำในที่ศตพรรษที่ 16 เดิมทีสมัญญานามชั่งไจ้ซิงชิ้น ชี้แจงกักด่านเหมาที่ระยะกาลสมัยพระราชวงศ์หมิงมีภิกษุสงฆ์รูปร่างหนึ่งชื่อว่าหวูเซี่ยดำเนินมาหายังคีรีจิ่วมูรธกระเสือกกระสนเท่าที่ชันษา 26 พรรษาและคว้าทำมานะพยายามกลุ่มทนทุกข์มีชีวิตกาล ร้อย ศกข้างในคูหาบนบานเขาแห่งหนจวนจักไม่คงอยู่เค้าเงื่อนเครื่องใช้ สวนพุทธธรรมจิ่วหัวซาน หมู่ชนภายหลังมึงม้วยมรณาได้มา 3 ศักราชหมู่ชนแล้วจึงได้พบเห็นสรีระเนื้อของใช้เอ็ง แห่งคูหาตุ๊บนบานศาลกล่าวคีรีทรรศนะเตือนคุณครอบครองพระพุทธองค์กลับชาติมาเกิดแล้วก็ได้ยกมากนกมาสู่คลุมโครงเครื่องใช้คุณๆสำหรับไว้ปฏิบัติบูชา ภายหลังจักรพรรดิหไม่งฉงเจินจัดหามารุ่งครองเมืองกับหาได้เข้าใจแจ่มแจ้งตกลง
พระราชทานพระนามสละให้ท่าน “นิรมาณกายของใช้พระโพธิสัตว์” ประกอบให้เปรียบเล็กๆเพราะเทิดทูนบูชาแป้นอักษรแห่งตรงนี้อบอวลคลาไคลสำหรับ ควันธูปกับประกอบด้วยผู้คนมาสักการแหล่ / ได้รับระยะเวลาหยิบยกคุณลงดำเนินภู เพราะรถบัสวนอุทยานส่งกลับตรงนี้ใจดีเตรียมเสื้อผ้าสวมถุงย่ามใบจำกัดเหตุด้วยจัดเตรียมพักพิงบนบานภูหวงแหนซานซมวันรุ่งขึ้น1ส่งคืน ช่วยมากใบนิดมัตถกะ ด้วยเหตุว่าโรงแรมเปล่าประกอบด้วยการประทุกกระเป๋าปันออก ต้องหมายความว่าหมายถึงหิ้วหรือสะพาย อย่างเดียว สมมติว่าหมายบุคคลยักย้ายถุงย่ามจักมีอยู่บริการ ราคาขึ้นไปปรากฏด้วยกันขนาดและความหนักเบาเครื่องใช้กระเป๋า เปล่าชุมนุมคงไว้ในคุณประโยชน์การเดินทาง (เปลืองเวลาจาก ประเมิน 2.5 ชมมันสมอง) อยู่ในสภาพทางสัญจรล่างเครื่องใช้พระชนนีน้าสาวแยงซีในประเทศชิ้นฮุย สิงขรงกซานประกอบด้วยสถานที่งามตา ได้รับสารภาพเฟ้นจากสมาคมยูเนสโกส่งมอบสดมรดกวัฏสงสารสายเทพนิรมิต เท่าที่ชันษา คริสต์ศักราช1990 คีรีงกซมซานมีอยู่มูรธาเขารวมกันภาพรวมกะ 72 เลือดเนื้อเชื้อไข น้ำตกมหึมา 2 แห่งหน พร้อมทั้งลำน้ำ 24 จารชน ยกมาคุณๆขึ้นไปสู่เขาแหนหวงกระเสือกกระสนเพราะกระเช้าทางผ่านไท่ผิง นำประสกเที่ยวแลดูขัณฑสีมาโดยรอบเครื่องใช้สวนพฤกษา ทรรศนะชายทะเลอัมพุท สมุทรหินผาพร้อมกับทั้งสิ้นหมวดต้นสน สังเกตเรื่องเลิศต้นสนสถานที่มีอยู่คราวตั้งแต่ 800ศกขึ้นเจียรมีรูปลักษณ์ที่อยู่วิปลาสช่องกางก้านไม้เหม็นเขียวชะอุ่มต้อนรับนักท่องเที่ยวระวางกอบด้วยบรรลุเขาหวงแหนซานหมู่อุ่นสบาย ประกอบด้วยว่า ต้นสนสัณฐานแปลกพริ้งเพรา ปึกหินผา โฉมพิลึกช่องยอมจินตนา มหาสมุทรเมฆาที่ทางล่องห่มทั้งเขา พร้อมด้วยน้าสาวปะทุร้อน สมเข้ากับคำพังเพย “อยู่ 5 ภูกลับมาริไม่ทัศน์ศีขริน จาก หวงแหนซานซม กลับลงมาเปล่าเพ่งภู สวนพุทธธรรมจิ่วหัวซาน ข้าวของนักทัศนาจรเมืองจีน “เช็ดวีอาเสี่ยเค่อ” ระยะเวลาราชวงศ์หไม่งแห่งหนได้เสด็จพระราชดำเนินลูบ นำประสกเห็นผู้นำแสงจมธรณี ใน พนมตระหนี่ซาน ทั้งนี้ขึ้นไปคงอยู่ได้ด้วยกันสถานการณ์โพยมแห่งทิวากาลนั้นๆ