ความท้าทายกับการท่องเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง….!!!

ญี่ปุ่น สุดยอดประเทศในฝันของนักท่องเที่ยว แหล่งรวมการท่องเที่ยวทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลกเช่น ภูเขาไฟฟูจิภูเขาไฟที่สวยที่สุด เทศกาลหิมะสุดอเมซิ่งที่ซัปโปโร ฟาร์มดอกไม้แสนสวยที่ฟูระโนะหรือ เกาะแก่งต่างๆซึ่งล้วนแล้วแต่มีทรัพยากรธรรมชาติที่แปลกตาและงดงาม นอกจากนั้นยังมีสถานที่เก่าแก่ทางประวัติศาสตร์ วัดวาอารามและพระราชวังโบราณซึ่งได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดีทั้งยังเป็นสวรรค์ของนักชิม อาหารหลากหลายเมนูล้วนแล้วแต่เลิศรส อีกอย่างที่ถูกใจนักช๊อปก็คือ ที่นี่เป็นแหล่งรวมสินค้าราคาถูกคุณภาพดี ไม่ว่าจะเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้า เสื้อผ้า เครื่องสำอาง ของเล่น ขนมของฝากอร่อยๆ

การเดินทางท่องเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเองปัจจุบันนี้ง่ายมากๆ กับฟรีข้อมูลที่ช่วยให้คุณรู้ข้อมูลของเมืองต่างๆในญี่ปุ่นเพื่อที่จะวางแผนการเที่ยวได้อย่างถูกต้อง สิ่งที่เราจะต้องทำคือ วางแผนก่อนว่า เราจะไปกี่วัน ไปเที่ยวไหน ตั้งงบประมาณไว้เท่าไหร่ รายจ่ายหลักๆก็คือค่าตั๋วเครื่องบิน นอกจากนั้นก็เป็นค่าที่พักต่อคืนประมาณ 700 บาท (2,000 เยน) เป็นอย่างต่ำ ค่าอาหารประมาณ 200-350 บาท (600-1,000 เยน) ต่อมื้อ และค่ารถไฟภายในเมืองแบบตั๋ววัน ประมาณ 200-350 บาท (ประมาณ 600-1,000 เยน) แนะนำว่าคุณควร หาข้อมูลเกี่ยวกับญี่ปุ่นให้มากที่สุดและก็อย่าลืมแลกเงินเยน นอกจากนั้นก็เป็นการเตรียมอุปกรณ์การเดินทาง และเครื่องใช้ส่วนตัว กระเป๋า เครื่องแต่งกาย โทรศัพท์ เครื่องมือสื่อสาร กล้องถ่ายรูป สำหรับคนที่ต้องการใช้เน็ต Wifi ให้เช่าบริการ Pocket Wifi จะประหยัดที่สุด และใช้งานได้พร้อมกัน ตั้งแต่ 5-10 คน ต่อ 1 เครื่อง อีกวิธีที่ประหยัดงบในการเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง ได้มากเลยก็คือพกอาหารจากเมืองไทยไปด้วย เช่นบะหมี่สำเร็จรูปหรืออาหารซองทั้งหลายซึ่งช่วยได้มากในมื้อที่เบื่ออาหารญี่ปุ่นแถมประหยัดแบบสุดๆเหลือเงินไว้ชอปปิ้งได้เยอะเลย ที่สำคัญอีกอย่างก็คือ ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีภัยทางธรรมชาติค่อนข้างรุนแรงอย่าง พายุไต้ฝุ่นหรือสึนามิ ดังนั้นควรเช็คสภาพอากาศที่ญี่ปุ่นก่อนเดินทางเพื่อความปลอดภัยของตัวเราเองนะครับ

วันนี้เราจะมาแนะนำ 10 อันดับสถานที่เที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง ที่เราต้องไปเยือนสักครั้ง

  1. พระราชวังอิมพีเรียล แต่เดิมมีชื่อว่า พระราชวังเอะโดะ อีก หนึ่งสถานท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งในประวัติศาสตร์ ตั้งอยู่ที่เมืองโตเกียว เพราะเป็นสถานที่ประทับของสมเด็จพระจักรพรรดิแห่งราชวงศ์เมจิ แห่งประเทศญี่ปุ่น
  2. โตเกียว ทาวเวอร์ หอคอย สื่อสารขนาดใหญ่ที่สวยงามมาก ตั้งอยู่ในเขตมินะโตะ กรุงโตเกียว เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงเพราะใน 1 ปี มีผู้ร่วมเข้าชมถึง 2 ล้าน 5 คน อีกทั้งยังเป็นเหมือนสัญลักษณ์เพื่อแสดงถึงอำนาจและอิทธิพลทางเศรษฐกิจของ โลก เป็นที่ถ่ายทอดสัญญาณโทรทัศน์ วิทยุ ซึ่งที่นี่ได้แรงบันดาลใจมาจากหอคอยสูงในปารีส
  3. หมู่บ้านประวัติศาสตร์ชิราคาวาโกะ (Shirakawako) หมู่บ้านท่ามกลางหุบเขา ตั้งอยู่ในจังหวัดกิฟุ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกแห่งที่ 6 ในประเทศญี่ปุ่น เพราะเป็นหมู่บ้านที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น หลังคามุงด้วยฟางข้าว สร้างขึ้นด้วยมือที่เรียกว่า การสร้างบ้านแบบ กัตโชทสึคุริ (Gassho-zukuri) เป็นบ้านชาวนาโบราณที่มีอายุมากกว่า 250 ปี
  4. ภูเขาฟูจิ เป็นภูเขาที่สูงที่สุดในญี่ปุ่น และอาจกล่าวได้ว่าเป็นภูเขาที่สวยที่สุดในโลก มีความสูงถึง 3,776 เมตร ตั้งอยู่ระหว่างจังหวัดยะมะนะชิและชิซุโอะกะ และสามารถมองเห็นได้จากโตเกียวและโยโกฮาม่าในวันที่ท้องฟ้าปลอดโปร่ง วิธีที่จะได้เห็นภูเขาฟูจิที่ง่ายที่สุด คือ นั่งชมจากรถไฟสายโทไกโดที่วิ่งระหว่างเมืองโตเกียวและโอซาก้า ถ้าไปเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง ห้ามพลาด
  5. ช้อปปิ้งย่านสุดฮิตที่ย่านชินจูกุ ฮาราจูกุ โอไดบะ เมื่อมาเที่ยวที่ญี่ปุ่น อีกสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้ ก็คือ การช้อปปิ้ง ซึ่งที่ญี่ปุ่นก็มีแหล่งช้อปที่หลายหลาย แต่ที่ไม่ควรพลาดเลยสำหรับนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง คือ ย่านชินจุกุ (Shinjuku) แหล่ง ท่องเที่ยวทันสมัยฝั่งตะวันตกของโตเกียว นับเป็นแหล่งช้อปปิ้งและสถานบันเทิงยามค่ำคืนยอดนิยมที่มีชื่อเสียง โดยยามกลางวันสามารถแวะชมสวนสาธารณะชินจุกุเกียวเอ็นที่เงียบสงบ, ย่านชิบุยะ (Shibuya) เป็นศูนย์กลางแฟชั่นและวัฒนธรรมสมัยใหม่ของวัยรุ่น
  6. เมืองโอซาก้า (Osaka) เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดอันดับสามของญี่ปุ่น และเป็นศูนย์รวมทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมสำหรับญี่ปุ่นตะวันตก ตั้งอยู่ที่ปากแม่น้ำโยโดะ มีคลองที่เชื่อมโยงกันไปมาภายใต้ถนนหลายเส้น ซึ่งนั่นเป็นปัจจัยสำคัญที่นำความเจริญก้าวหน้ามาสู่เมือง และที่พลาดไม่ได้สำหรับการเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง คือ ปราสาทโอซาก้า ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นปราสาทที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น สร้างขึ้นในปี 1586 โดย โทโยโทมิ ฮิเดโยชิ ปัจจุบันเป็นป้อมปราการสูงห้าชั้น จำลองแบบจากของเดิม เก็บรักษาศิลปวัตถุโบราณหลายชิ้น
  7. ปราสาทฮิเมะจิ (Himeji Castle) ตั้งอยู่เมืองฮิเมะจิ เป็นปราสาทที่สวยที่สุดอีกแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น ที่ยังคงรักษาไว้เป็นสมบัติของชาติ และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก พร้อมทั้งได้มีการปิดเพื่อทำการปฏิสังขรณ์เป็นเวลา 5 ปี ตั้งแต่ปี 2009-2014 แต่นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมภายในและชมกระบวนการซ่อมแซมได้อย่างใกล้ชิด
  8. วัดโทไดจิ (Todaiji Temple) วัดพุทธที่สำคัญและเก่าแก่ที่สุดของเมืองนารา ได้ชื่อว่าเป็นสิ่งก่อสร้างด้วยไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก อีกทั้งยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกร่วมกับศาลเจ้าและสถานที่สำคัญ ของเมืองนาราอีก 7 แห่ง ภายในวัดมี หอไดบุทสึ (Daibutsuden) หรือ วิหารไม้ที่ได้ชื่อว่าใหญ่ที่สุดในโลก
  9. ฮอกไกโด (Hokkaido) เป็นเกาะใหญ่ที่สุดของ ญี่ปุ่น ถือเป็นสวรรค์ของธรรมชาติ สามารถท่องเที่ยวได้ตลอดปี มีธรรมชาติที่ยังไม่ถูกทำลาย ทั้งภูเขา ที่ราบสูง แม่น้ำ ทะเลสาบ บ่อน้ำพุร้อน และชายฝั่งทะเล มีอากาศหนาวเย็นในฤดูหนาว มีหิมะที่ขาวละเอียดดุจแป้งฝุ่นและสกีรีสอร์ท ที่ดึงดูดนักเล่นสกีจากทั่วโลก ขณะที่ในฤดูใบไม้ผลิ ซากุระจะบานช้ากว่าภูมิภาคอื่นในญี่ปุ่น สามารถชมซากุระได้ในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม ส่วนฤดูร้อนอากาศจะไม่ร้อนเหมือนส่วนอื่น ๆ เพราะมีทุ่งดอกไม้ต่าง ๆ ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง นักเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง ต้องมาเยือนสักครั้ง
  10. เมืองฟุระโนะ ตั้งอยู่ใจกลางฮอกไกโดพอดี เป็นที่รู้จักกันในนามทุ่งดอกไม้ที่มีภูเขาล้อมรอบไว้ ทำให้ที่นี่มีความแตกต่างของอากาศในช่วงฤดูหนาวกับฤดูร้อนราว 30 องศา และที่สำคัญที่นี่มีชื่อเสียงในด้านการท่องเที่ยวทั้งในช่วงฤดูร้อนและฤดู หนาว ในหน้าร้อนจะมีสวนดอกไม้ที่สวยงาม โดยเฉพาะที่ ฟาร์มโทมิตะ ซึ่งมีการปลูกลาเวนเดอร์ที่ทั้งสวยงามและกว้างใหญ่ไพศาล รวมทั้งดอกไม้อื่น ๆ โดยที่นี่จะมีนักท่องเที่ยวมากในช่วงปลายเดือนมิถุนายนจนกระทั่งกลางเดือน กันยายน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *